“คาดการณ์ราคา USD/JPY: ราคายังคงแกว่งตัวออกข้างต่ำกว่าระดับ 162.00 แม้เผชิญความกังวลเรื่องการแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น”
คู่เงิน USD/JPY เคลื่อนไหวผันผวนบริเวณ 161.80 ขณะที่นักลงทุนเลือกที่จะอยู่นอกตลาดเนื่องจากกลัวการแทรกแซงค่าเงินเยน ท่ามกลางการจับตาดูชุดข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร หรือ NFP
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
คู่เงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น (USD/JPY) แกว่งตัวในกรอบแคบจัด (Tight Channel) บริเวณ 161.80 ในเซสชันยุโรปวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2026 โดยตลาดอยู่ในสภาวะเกร็งและระมัดระวังตัวอย่างสูงจากกระแสข่าวรอบด้าน:
-
ความกลัวสัญญาณแทรกแซงจากโตเกียว (Intervention Fears): แม้ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและแรงหนุนจากดอลลาร์จะผลักดันให้กราฟเป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างชัดเจน แต่ฝั่งขา Buy ไม่สามารถดันราคาให้ทะลุผ่าน
162.00ได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ได้ออกโรงเตือนซ้ำหลายครั้งว่าพร้อมจะเข้าแทรกแซงตลาดทันทีหากพบพฤติกรรมการลากราคาที่รุนแรงเกินไปและไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน (One-sided Excessive Moves) ทำให้นักเทรดรายใหญ่เลือกชะลอการเข้าสถานะเพื่อความปลอดภัย -
สัปดาห์แห่งมหกรรมตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (US Data Deluge): ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.16% มาอยู่ที่
101.20เนื่องจากนักลงทุนเริ่มโยกความสนใจจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ (ที่สหรัฐฯ-อิหร่านยอม Stand Down ชั่วคราว) กลับมาที่ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างของสหรัฐฯ โดยในสัปดาห์นี้จะมีตัวเลขสำคัญประกาศเรียงคิวกันตั้งแต่วันจันทร์-พฤหัสบดี ได้แก่ ISM Manufacturing PMI, JOLTS Job Openings, ADP Employment และปิดท้ายด้วย Nonfarm Payrolls (NFP) ในวันพฤหัสบดี (ขยับขึ้นมาเร็วขึ้นเนื่องจากวันศุกร์เป็นวันหยุดชดเชยวันชาติสหรัฐฯ) -
กระแสเฟดขึ้นดอกเบี้ยยังคงเหนียวแน่น: ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดมีความเชื่อมั่นสูงเกือบ 90% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อยอีก 1 ครั้งในปี 2026 นี้เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ปัจจัยนี้ยังคงเป็นลมใต้ปีกคอยพยุงให้ฝั่งดอลลาร์ได้เปรียบเงินเยนในภาพใหญ่
📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (USD/JPY)
โครงสร้างราคายังคงรักษาทรงขาขึ้น แต่ระดับอินดิเคเตอร์เริ่มส่งสัญญาณเตือน
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
162.00(ด่านแนวจิตวิทยาและกำแพงสกัดกลุ่มกระทิงดอลลาร์ในรอบสัปดาห์) -
แนวต้านที่ 2:
163.00(โซนเป้าหมายถัดไปหากราคาสามารถเบรกไฮเดิมขึ้นไปได้) -
แนวต้านที่ 3:
164.00(แนวต้านใหญ่ตามกรอบโครงสร้างเวลารายสัปดาห์)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
160.85(แนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA ซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านหน้าค้ำยันเทรนด์) -
แนวรับที่ 2:
160.00(แนวรับจิตวิทยาและฐานราคาหนาแน่นหลัก) -
แนวรับที่ 3:
159.20(กรอบแนวรับใหญ่ในไทม์เฟรมรายวัน)
-
⚠️ ข้อควรระวังทางเทคนิค: ดัชนี Relative Strength Index (RSI) ปัจจุบันดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 71.61 ซึ่งเข้าสู่เขตซื้อมากเกินไป (Overbought Territory) สะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มตึงตัว และราคาเสี่ยงต่อการเกิดการพักฐานหรือย่อตัวลงทางเทคนิค (Corrective Pause) มากกว่าการวิ่งทะยานต่อในทันที
📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Market Executive Summary: คู่เงิน USD/JPY ในเวลานี้เปรียบเหมือนการเดินอยู่บนเส้นลวด ด้านหนึ่งกราฟเทคนิคและแรงเก็งกำไรเฟดขึ้นดอกเบี้ยคอยดันราคาขึ้น (Bullish Bias) แต่อีกด้านหนึ่งก็มีสปอตไลท์จากทางการญี่ปุ่นจ้องจะทุบราคาลงมาเพื่อแทรกแซงค่าเงิน (Intervention Risk) สภาวะแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) ต่ำกว่าระดับ
162.00จึงเป็นการสะท้อนว่าตลาดยังไม่พร้อมเลือกข้างจนกว่าจะเห็นตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้กลยุทธ์การเทรดประจำวัน: เนื่องด้วยราคาอยู่ในโซน Overbought และมีความเสี่ยงเรื่องการแทรกแซงค่าเงินเยนสูงมาก การเปิดสถานะ Buy บริเวณ
161.80จึงมีความคุ้มค่าต่อความเสี่ยง (Risk/Reward Ratio) ต่ำ แนะนำกลยุทธ์ “ชะลอการเข้าซื้อ และรอจังหวะย่อตัวทดสอบแนวรับ” (Wait and See / Buy on Dips) โดยรอให้ราคาปรับฐานลงมาทดสอบโซนเส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA บริเวณ160.85หรือต่ำกว่านั้น หากยืนระยะได้และมีสัญญาณกลับตัว ค่อยพิจารณาเข้าเปิดสถานะ Buy โดยตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ใต้ระดับ160.00อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสียหายกรณีที่ทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดกะทันหัน



