spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXคาดการณ์ราคา EUR/USD: จับตาแนวต้าน 1.1800 ใกล้จุดสูงสุดในรอบสองเดือน

คาดการณ์ราคา EUR/USD: จับตาแนวต้าน 1.1800 ใกล้จุดสูงสุดในรอบสองเดือน

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

คาดการณ์ราคา EUR/USD: จับตาแนวต้าน 1.1800 ใกล้จุดสูงสุดในรอบสองเดือน

คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเซสชันที่สอง โดยมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.1780 ในช่วงตลาดเอเชียวันอังคาร ภาพรวมทางเทคนิคบ่งชี้ถึงทิศทางขาขึ้น (Bullish Bias) อย่างชัดเจน เนื่องจากราคายังคงเคลื่อนที่อยู่ในกรอบช่องว่างขาขึ้น (Ascending Channel)

ปัจจัยทางเทคนิคที่สำคัญ:

  • ดัชนี RSI (14 วัน): อยู่ที่ระดับ 68.89 ซึ่งใกล้เข้าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) แม้จะสะท้อนถึงความต้องการซื้อที่รุนแรง แต่ก็มีความเสี่ยงที่กำไรอาจถูกจำกัดหากเข้าสู่ภาวะ Overbought เต็มตัว

  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (EMA): ราคายืนอยู่เหนือทั้ง EMA 9 วัน และ EMA 50 วัน โดยที่ EMA ระยะสั้น (9 วัน) อยู่เหนือ EMA ระยะยาว (50 วัน) ซึ่งเป็นการยืนยันโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง

แนวต้านและแนวรับที่ต้องจับตา:

ระดับ ราคา รายละเอียด
แนวต้านสำคัญ 1.1800 – 1.1804 ระดับจิตวิทยาและจุดสูงสุดเดิมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม
เป้าหมายถัดไป 1.1870 ขอบบนของกรอบ Ascending Channel
เป้าหมายสูงสุด 1.1918 ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2021
แนวรับแรก 1.1731 เส้นค่าเฉลี่ย EMA 9 วัน
แนวรับสำคัญ 1.1720 ขอบล่างของกรอบ Ascending Channel

บทสรุป:

หาก EUR/USD สามารถทะลุแนวต้าน 1.1804 ไปได้ จะเป็นการเปิดโอกาสมุ่งหน้าสู่ระดับ 1.1870 และ 1.1918 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดกรอบด้านล่างที่ 1.1720 อาจทำให้โมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้นอ่อนแอลง และส่งผลให้ราคาลงไปทดสอบ EMA 50 วันที่ 1.1653 หรือจุดต่ำสุดเดิมในรอบสามสัปดาห์ที่ 1.1589 (เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม)

จากการวิเคราะห์กราฟเทคนิคของ EUR/USD โดยอ้างอิงจากความเคลื่อนไหวล่าสุดในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 นี้ สามารถสรุปมุมมองทางเทคนิคได้ดังนี้ครับ:


1. แนวโน้มหลัก (Primary Trend)

ในภาพรวมรายวัน (Daily Chart) ราคาเคลื่อนไหวใน กรอบช่องว่างขาขึ้น (Ascending Channel) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม โดยมีการยกจุดต่ำสุด (Higher Lows) ขึ้นเรื่อยๆ

  • Bullish Bias: ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน (ประมาณ 1.1653) แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น

  • Momentum: เส้น EMA 9 วัน กำลังตัดประคองราคาขึ้นไป บ่งบอกถึงแรงซื้อในระยะสั้นที่ยังคงมีความแข็งแกร่ง

2. สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ (Oscillators)

  • RSI (14): ปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 69 ซึ่งถือว่า “ตึง” มาก (ใกล้เขต Overbought ที่ 70)

    • ความหมาย: ตลาดมีแรงซื้อหนาแน่นมาก แต่ต้องระวังการย่อตัวระยะสั้น (Pullback) เพื่อลดความร้อนแรงก่อนจะขึ้นต่อ

    • จุดสังเกต: หาก RSI ทะลุ 70 และค้างอยู่ในระดับสูง (RSI Bullish Range) จะเป็นการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่รุนแรง (Strong Trend)

3. แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ (Key Levels)

การวิเคราะห์ระดับราคาที่สำคัญเพื่อวางแผนเทรด:

  • แนวต้าน (Resistance):

    1. 1.1800 – 1.1804: เป็นแนวต้านทางจิตวิทยาและจุดสูงสุดเดิม (Two-month high) หากผ่านจุดนี้ได้จะเป็นการ Breakout ครั้งสำคัญ

    2. 1.1870: ขอบบนของ Ascending Channel

    3. 1.1918: เป้าหมายระยะไกล (High เดิมปี 2021)

  • แนวรับ (Support):

    1. 1.1731: เส้น EMA 9 วัน (แนวรับแรกสำหรับ Day Trading)

    2. 1.1720: ขอบล่างของกรอบขาขึ้น หากหลุดจุดนี้แนวโน้มขาขึ้นจะเริ่มเสียทรง

    3. 1.1653: เส้น EMA 50 วัน ซึ่งเป็นแนวรับตัดสินใจของเทรนระยะกลาง


กลยุทธ์ที่น่าสนใจ

  • Buy on Dip: เนื่องจากเทรนเป็นขาขึ้น การรอให้ราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 1.1720 – 1.1730 แล้วมีสัญญาณกลับตัว จะเป็นจุดเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการไล่ราคาที่แนวต้าน

  • Breakout Play: หากราคาสามารถปิดแท่งวันเหนือ 1.1804 ได้อย่างมั่นคง อาจพิจารณาตามน้ำ (Follow Buy) โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 1.1870

ข้อควรระวัง: ช่วงปลายปีปริมาณการซื้อขาย (Liquidity) อาจเบาบางลง ซึ่งอาจทำให้ราคามีความผันผวนสูงผิดปกติหรือเกิดการหลอก (Fakeout) ได้ง่าย

การเจาะลึกเรื่องการบริหารจัดการเงิน (Money Management) สำหรับคู่เงิน EUR/USD ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความสำคัญมาก เนื่องจากราคาเข้าใกล้ระดับจิตวิทยา 1.1800 ซึ่งมักจะมีความผันผวนสูงครับ

เพื่อให้คุณเห็นภาพการคำนวณที่ชัดเจน ขอแบ่งออกเป็น 2 กรณีตามกลยุทธ์ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้:


กรณีที่ 1: กลยุทธ์ Buy on Dip (รับที่แนวรับ)

เป็นกลยุทธ์ที่เน้นความปลอดภัย โดยรอให้ราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับสำคัญ

  • ราคาเข้า (Entry): 1.1735 (เหนือเส้น EMA 9 วันเล็กน้อย)

  • จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 1.1710 (วางไว้ใต้ขอบล่างของกรอบขาขึ้น 1.1720 ประมาณ 10 pips)

    • ระยะ Risk: 25 pips

  • เป้าหมายทำกำไร (Take Profit): 1.1800 (แนวต้านทางจิตวิทยา)

    • ระยะ Reward: 65 pips

  • คำนวณ Risk/Reward (R:R): $65 / 25 = 2.6$

    • ผลลัพธ์: 1:2.6 (ถือว่าดีมาก เพราะชนะ 1 ครั้ง สามารถชดเชยการแพ้ได้เกือบ 3 ครั้ง)


กรณีที่ 2: กลยุทธ์ Breakout Play (ตามเมื่อทะลุ)

ใช้เมื่อราคามีแรงส่งแรงจนทะลุ 1.1804 ขึ้นไป

  • ราคาเข้า (Entry): 1.1810 (รอให้ยืนเหนือ 1.1804 ได้มั่นคง)

  • จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 1.1775 (วางไว้ใต้จุดที่เคยเป็นแนวต้านเดิม)

    • ระยะ Risk: 35 pips

  • เป้าหมายทำกำไร (Take Profit): 1.1870 (ขอบบนของ Ascending Channel)

    • ระยะ Reward: 60 pips

  • คำนวณ Risk/Reward (R:R): $60 / 35 = 1.7$

    • ผลลัพธ์: 1:1.7 (อยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับการเล่นตามเทรน)


ตารางสรุปการคำนวณความเสี่ยงต่อพอร์ต (Risk 1-2%)

หากคุณมีเงินทุนสมมติ $1,000 และต้องการเสี่ยงเพียง 1% ($10) ต่อการเทรด:

ระยะ Stop Loss (pips) ขนาดสัญญา (Lot Size) ที่แนะนำ จำนวนเงินที่เสี่ยง (USD)
25 pips 0.04 Lot $10
35 pips 0.03 Lot $10.5
50 pips 0.02 Lot $10

💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการตั้ง Stop Loss

  1. อย่าตั้งชิดเกินไป: EUR/USD ในช่วงที่ RSI สูงมักมีการ “สะบัด” (Stop Hunt) ก่อนจะไปต่อ การเผื่อระยะไว้ใต้แนวรับสำคัญประมาณ 10-15 pips จะช่วยลดโอกาสโดนกิน Stop Loss ฟรี

  2. ใช้ Trailing Stop: เมื่อราคาวิ่งไปถึงครึ่งทางของกำไรที่คาดหวัง (เช่น วิ่งไป +30 pips) ควรเลื่อน Stop Loss มาไว้ที่จุดคุ้มทุน (Breakeven) เพื่อเปลี่ยนการเทรดนั้นให้เป็น “Risk-Free Trade”

  3. เช็คปฏิทินเศรษฐกิจ: ในวันที่ 23-24 ธันวาคม ตลาดอาจจะมีสภาพคล่องต่ำ (Low Liquidity) ซึ่งทำให้ค่า Spread ถ่างกว้างขึ้น ควรเผื่อระยะ Stop Loss เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยครับ

 

🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ คริปโตที่ลิ้งค์ ข้างล่าง
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

🟩
#gold #gold #goldprice #forex #forextrader #forexsignals #forextrading #forexlifestyle #Forexthailand #forexchallenger1

 

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX