คาดการณ์ราคา EUR/USD: จับตาแนวต้าน 1.1800 ใกล้จุดสูงสุดในรอบสองเดือน
คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเซสชันที่สอง โดยมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.1780 ในช่วงตลาดเอเชียวันอังคาร ภาพรวมทางเทคนิคบ่งชี้ถึงทิศทางขาขึ้น (Bullish Bias) อย่างชัดเจน เนื่องจากราคายังคงเคลื่อนที่อยู่ในกรอบช่องว่างขาขึ้น (Ascending Channel)
ปัจจัยทางเทคนิคที่สำคัญ:
-
ดัชนี RSI (14 วัน): อยู่ที่ระดับ 68.89 ซึ่งใกล้เข้าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) แม้จะสะท้อนถึงความต้องการซื้อที่รุนแรง แต่ก็มีความเสี่ยงที่กำไรอาจถูกจำกัดหากเข้าสู่ภาวะ Overbought เต็มตัว
-
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (EMA): ราคายืนอยู่เหนือทั้ง EMA 9 วัน และ EMA 50 วัน โดยที่ EMA ระยะสั้น (9 วัน) อยู่เหนือ EMA ระยะยาว (50 วัน) ซึ่งเป็นการยืนยันโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง
แนวต้านและแนวรับที่ต้องจับตา:
| ระดับ | ราคา | รายละเอียด |
| แนวต้านสำคัญ | 1.1800 – 1.1804 | ระดับจิตวิทยาและจุดสูงสุดเดิมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม |
| เป้าหมายถัดไป | 1.1870 | ขอบบนของกรอบ Ascending Channel |
| เป้าหมายสูงสุด | 1.1918 | ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2021 |
| แนวรับแรก | 1.1731 | เส้นค่าเฉลี่ย EMA 9 วัน |
| แนวรับสำคัญ | 1.1720 | ขอบล่างของกรอบ Ascending Channel |
บทสรุป:
หาก EUR/USD สามารถทะลุแนวต้าน 1.1804 ไปได้ จะเป็นการเปิดโอกาสมุ่งหน้าสู่ระดับ 1.1870 และ 1.1918 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดกรอบด้านล่างที่ 1.1720 อาจทำให้โมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้นอ่อนแอลง และส่งผลให้ราคาลงไปทดสอบ EMA 50 วันที่ 1.1653 หรือจุดต่ำสุดเดิมในรอบสามสัปดาห์ที่ 1.1589 (เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม)
จากการวิเคราะห์กราฟเทคนิคของ EUR/USD โดยอ้างอิงจากความเคลื่อนไหวล่าสุดในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 นี้ สามารถสรุปมุมมองทางเทคนิคได้ดังนี้ครับ:
1. แนวโน้มหลัก (Primary Trend)
ในภาพรวมรายวัน (Daily Chart) ราคาเคลื่อนไหวใน กรอบช่องว่างขาขึ้น (Ascending Channel) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม โดยมีการยกจุดต่ำสุด (Higher Lows) ขึ้นเรื่อยๆ
-
Bullish Bias: ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน (ประมาณ 1.1653) แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น
-
Momentum: เส้น EMA 9 วัน กำลังตัดประคองราคาขึ้นไป บ่งบอกถึงแรงซื้อในระยะสั้นที่ยังคงมีความแข็งแกร่ง
2. สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ (Oscillators)
-
RSI (14): ปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 69 ซึ่งถือว่า “ตึง” มาก (ใกล้เขต Overbought ที่ 70)
-
ความหมาย: ตลาดมีแรงซื้อหนาแน่นมาก แต่ต้องระวังการย่อตัวระยะสั้น (Pullback) เพื่อลดความร้อนแรงก่อนจะขึ้นต่อ
-
จุดสังเกต: หาก RSI ทะลุ 70 และค้างอยู่ในระดับสูง (RSI Bullish Range) จะเป็นการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่รุนแรง (Strong Trend)
-
3. แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ (Key Levels)
การวิเคราะห์ระดับราคาที่สำคัญเพื่อวางแผนเทรด:
-
แนวต้าน (Resistance):
-
1.1800 – 1.1804: เป็นแนวต้านทางจิตวิทยาและจุดสูงสุดเดิม (Two-month high) หากผ่านจุดนี้ได้จะเป็นการ Breakout ครั้งสำคัญ
-
1.1870: ขอบบนของ Ascending Channel
-
1.1918: เป้าหมายระยะไกล (High เดิมปี 2021)
-
-
แนวรับ (Support):
-
1.1731: เส้น EMA 9 วัน (แนวรับแรกสำหรับ Day Trading)
-
1.1720: ขอบล่างของกรอบขาขึ้น หากหลุดจุดนี้แนวโน้มขาขึ้นจะเริ่มเสียทรง
-
1.1653: เส้น EMA 50 วัน ซึ่งเป็นแนวรับตัดสินใจของเทรนระยะกลาง
-
กลยุทธ์ที่น่าสนใจ
-
Buy on Dip: เนื่องจากเทรนเป็นขาขึ้น การรอให้ราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 1.1720 – 1.1730 แล้วมีสัญญาณกลับตัว จะเป็นจุดเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการไล่ราคาที่แนวต้าน
-
Breakout Play: หากราคาสามารถปิดแท่งวันเหนือ 1.1804 ได้อย่างมั่นคง อาจพิจารณาตามน้ำ (Follow Buy) โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 1.1870
ข้อควรระวัง: ช่วงปลายปีปริมาณการซื้อขาย (Liquidity) อาจเบาบางลง ซึ่งอาจทำให้ราคามีความผันผวนสูงผิดปกติหรือเกิดการหลอก (Fakeout) ได้ง่าย
การเจาะลึกเรื่องการบริหารจัดการเงิน (Money Management) สำหรับคู่เงิน EUR/USD ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความสำคัญมาก เนื่องจากราคาเข้าใกล้ระดับจิตวิทยา 1.1800 ซึ่งมักจะมีความผันผวนสูงครับ
เพื่อให้คุณเห็นภาพการคำนวณที่ชัดเจน ขอแบ่งออกเป็น 2 กรณีตามกลยุทธ์ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้:
กรณีที่ 1: กลยุทธ์ Buy on Dip (รับที่แนวรับ)
เป็นกลยุทธ์ที่เน้นความปลอดภัย โดยรอให้ราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับสำคัญ
-
ราคาเข้า (Entry): 1.1735 (เหนือเส้น EMA 9 วันเล็กน้อย)
-
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 1.1710 (วางไว้ใต้ขอบล่างของกรอบขาขึ้น 1.1720 ประมาณ 10 pips)
-
ระยะ Risk: 25 pips
-
-
เป้าหมายทำกำไร (Take Profit): 1.1800 (แนวต้านทางจิตวิทยา)
-
ระยะ Reward: 65 pips
-
-
คำนวณ Risk/Reward (R:R): $65 / 25 = 2.6$
-
ผลลัพธ์: 1:2.6 (ถือว่าดีมาก เพราะชนะ 1 ครั้ง สามารถชดเชยการแพ้ได้เกือบ 3 ครั้ง)
-
กรณีที่ 2: กลยุทธ์ Breakout Play (ตามเมื่อทะลุ)
ใช้เมื่อราคามีแรงส่งแรงจนทะลุ 1.1804 ขึ้นไป
-
ราคาเข้า (Entry): 1.1810 (รอให้ยืนเหนือ 1.1804 ได้มั่นคง)
-
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 1.1775 (วางไว้ใต้จุดที่เคยเป็นแนวต้านเดิม)
-
ระยะ Risk: 35 pips
-
-
เป้าหมายทำกำไร (Take Profit): 1.1870 (ขอบบนของ Ascending Channel)
-
ระยะ Reward: 60 pips
-
-
คำนวณ Risk/Reward (R:R): $60 / 35 = 1.7$
-
ผลลัพธ์: 1:1.7 (อยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับการเล่นตามเทรน)
-
ตารางสรุปการคำนวณความเสี่ยงต่อพอร์ต (Risk 1-2%)
หากคุณมีเงินทุนสมมติ $1,000 และต้องการเสี่ยงเพียง 1% ($10) ต่อการเทรด:
| ระยะ Stop Loss (pips) | ขนาดสัญญา (Lot Size) ที่แนะนำ | จำนวนเงินที่เสี่ยง (USD) |
| 25 pips | 0.04 Lot | $10 |
| 35 pips | 0.03 Lot | $10.5 |
| 50 pips | 0.02 Lot | $10 |
💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการตั้ง Stop Loss
-
อย่าตั้งชิดเกินไป: EUR/USD ในช่วงที่ RSI สูงมักมีการ “สะบัด” (Stop Hunt) ก่อนจะไปต่อ การเผื่อระยะไว้ใต้แนวรับสำคัญประมาณ 10-15 pips จะช่วยลดโอกาสโดนกิน Stop Loss ฟรี
-
ใช้ Trailing Stop: เมื่อราคาวิ่งไปถึงครึ่งทางของกำไรที่คาดหวัง (เช่น วิ่งไป +30 pips) ควรเลื่อน Stop Loss มาไว้ที่จุดคุ้มทุน (Breakeven) เพื่อเปลี่ยนการเทรดนั้นให้เป็น “Risk-Free Trade”
-
เช็คปฏิทินเศรษฐกิจ: ในวันที่ 23-24 ธันวาคม ตลาดอาจจะมีสภาพคล่องต่ำ (Low Liquidity) ซึ่งทำให้ค่า Spread ถ่างกว้างขึ้น ควรเผื่อระยะ Stop Loss เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยครับ
🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ คริปโตที่ลิ้งค์ ข้างล่าง
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0
🟩
#gold #gold #goldprice #forex #forextrader #forexsignals #forextrading #forexlifestyle #Forexthailand #forexchallenger1





