“คาดการณ์ราคาดัชนีดอลลาร์สหรัฐ: มุ่งหน้าสู่ระดับ 102.00 สอดรับแรงหนุนจากการคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเชิงรุกที่ทวีความเข้มข้นขึ้น“
-
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าทุบทุกสกุลเงินหลัก: ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับตระกร้าสกุลเงินหลัก โดย ณ เวลาที่รายงาน ดัชนี DXY ดีดตัวขึ้นราว 0.17% มาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100.93 โดยข้อมูลจากตาราง Heat Map ประจำวันชี้ชัดว่า เงินดอลลาร์แข็งค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)
-
CME FedWatch พุ่งทะยาน: นักลงทุนในตลาดปรับเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วถึง 58.5% (พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดจากระดับ 17.1% ในสัปดาห์ก่อนหน้า) ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้
-
เปิดรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจ (Dot Plot) พลิกขั้ว: สาเหตุหลักที่ทำให้เทรดเดอร์มั่นใจในการขึ้นดอกเบี้ย มาจากการปรับเปลี่ยนท่าทีเชิงนโยบายอย่างชัดเจนของเจ้าหน้าที่เฟด (FOMC) โดยรายงานประมาณการเศรษฐกิจรอบล่าสุด (Economic Projections) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า กรรมการเฟดถึง 9 จาก 19 ท่าน คาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งต่างจากรายงานเมื่อเดือนมีนาคมที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเลย
-
จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้: ปัจจัยถัดไปที่นักลงทุนทั่วโลกเฝ้ารอคือ การเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Flash S&P Global PMI) ประจำเดือนมิถุนายนในวันอังคาร และดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Inflation) ประจำเดือนพฤษภาคมในวันพฤหัสบดีนี้
-
มุมมองทางเทคนิคแกร่ง: ดัชนี DXY สามารถยืนระยะเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน (20-day EMA) ที่ระดับ 99.89 ได้อย่างมั่นคง บ่งชี้ว่าฝั่ง BUY ยังคุมสถานการณ์ ขณะที่ดัชนี RSI อยู่ที่ระดับ 68.93 ใกล้เข้าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งแต่เริ่มเข้าสู่โซนที่ต้องระวังแรงเทขายทำกำไรสั้นๆ
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights) จาก THAIFRX.COM
ทีมงาน THAIFRX สรุปเจาะลึก 2 ปัจจัยหนุน (Bullish Drivers) ที่กำลังดันให้ดอลลาร์กลายเป็นราชาของตลาดตราสารหนี้และอัตราแลกเปลี่ยนในสัปดาห์นี้:
-
The New Era under Kevin Warsh: การเข้ามารับตำแหน่งของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ตั้งแต่ต้นปี 2026 ได้เปลี่ยนภาพจำของเฟดไปโดยสิ้นเชิง ท่าทีสายเหยี่ยวอันดุดันและการส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อให้จบ ได้ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential) ของสหรัฐฯ ฉีกห่างจากธนาคารกลางอื่นๆ (เช่น BoE ที่ส่อแววถอย และ ECB ที่ย่ำแย่) ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เงินไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง
-
Safe-Haven Triple Boost: เงินดอลลาร์ในปัจจุบันได้รับแรงหนุน 3 เด้งพร้อมกัน คือ ดอกเบี้ยที่สูง (High Yield), ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน, และความปั่นป่วนทางการเมืองในฝั่งยุโรปและอังกฤษ ปัจจัยเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีขับเคลื่อนให้ DXY เดินหน้าทำลายสถิติต่อเนื่อง
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (Dollar Index – DXY)
โครงสร้างทางเทคนิคของดัชนีดอลลาร์ในกราฟรายวันอยู่ในเกณฑ์ “ขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Strong Bullish)” โดยมีเป้าหมายระยะกลางอยู่ที่จุดสูงสุดในรอบปี
-
แนวต้าน (Resistance):
-
R1:
101.13(จุดสูงสุดเดิมของวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. หากทะลุได้จะเป็นการเปิดสัญญาณซื้อรอบใหม่) -
R2:
101.50(แนวต้านทางเทคนิคระยะสั้น) -
R3:
102.00(แนวต้านจิตวิทยาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี)
-
-
แนวรับ (Support):
-
S1:
99.89(เส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA ด่านแนวรับสำคัญเชิงไดนามิกที่ห้ามหลุดเพื่อรักษาทรงขาขึ้น) -
S2:
99.38(จุดต่ำสุดเดิมของวันที่ 15 มิถุนายน) -
S3:
98.80(ฐานราคาหลักของเดือนที่ผ่านมา)
-
📝 บทสรุปมุมมองและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“ดอกเบี้ยเฟดขาขึ้นหนุนดอลลาร์เต็มสูบ เป้าหมายถัดไป 102.00 – กลยุทธ์หลัก: ย่อ BUY ในสกุลเงินดอลลาร์ และเน้น SHORT สกุลเงินตรงข้าม”
ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) กำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนและมีปัจจัยพื้นฐานรองรับอย่างแน่นหนา แม้ว่าอินดิเคเตอร์ RSI ที่ระดับใกล้ 69 จะเตือนว่าอาจมีการย่อตัวสั้นๆ (Pullback) ระหว่างวัน แต่ทุกการย่อตัวคือโอกาสในการเข้าสะสมฝั่งซื้อ
💡 แนะนำแนวทางการจัดพอร์ตวันนี้: สำหรับนักเทรด Forex แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเปิดสถานะสวนเทรนด์ดอลลาร์ การที่ดอลลาร์มีแนวโน้มพุ่งชน
101.13 - 102.00จะส่งผลให้คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, GBP/USD, NZD/USD และ AUD/USD มีโอกาสไหลลงทดสอบแนวรับลึกอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้โฟกัสกลยุทธ์ “รีบาวด์ SELL” ในคู่เงินดังกล่าวเมื่อ DXY ส่งสัญญาณไปต่อครับ




