การวิเคราะห์รายงานการประชุม FOMC เดือนธันวาคม 2025 อย่างละเอียด
รายงานการประชุมของคณะกรรมการตลาดเสรีเปิด (Federal Open Market Committee หรือ FOMC) สำหรับการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคม 2025 มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 30 ธันวาคม 2025 เวลา 14:00 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ (หรืออาจเป็น 31 ธันวาคม ตามบางแหล่ง) ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถกเถียงของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นอกเหนือจากแถลงการณ์นโยบายและการคาดการณ์เศรษฐกิจเบื้องต้น
เนื่องจากรายงานการประชุมยังไม่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2025 (ยืนยันจากการตรวจสอบเว็บไซต์ของ Federal Reserve โดยตรง) การวิเคราะห์นี้จึงอาศัยแถลงการณ์หลังการประชุม, การสรุปคาดการณ์เศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections หรือ SEP), ความเห็นที่ไม่เห็นด้วย (dissenting votes) และการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสรุปประเด็นหลัก การตัดสินใจ และสิ่งที่คาดว่าจะเปิดเผยในรายงาน นอกจากนี้ยังรวมบริบทจากพัฒนาการเศรษฐกิจล่าสุด โดยเฉพาะแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเกิดจากภาษีศุลกากรปี 2025 ของรัฐบาลทรัมป์ต่อสินค้านำเข้าจากจีน (10%) แคนาดา (25%) และเม็กซิโก (25%) ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการถกเถียงเรื่องความไม่แน่นอนและความเสี่ยงของ Fed
1. การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยและการลงคะแนนที่แตกแยก
FOMC ลงมติ 9-3 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (federal funds rate) ลง 25 basis points (bps) ทำให้ช่วงเป้าหมายอยู่ที่ 3.50%-3.75% — เป็นการลดครั้งที่สามติดต่อกันในปี 2025 ตามหลังการลดแบบเดียวกันในเดือนกันยายนและพฤศจิกายน การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงการผ่อนคลายนโยบายอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ลดลงและตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง แต่การลงคะแนนที่แตกแยกชี้ให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างภายใน:
- เสียงข้างมาก (9 เสียง): สนับสนุนการลด 25 bps ว่าเป็นการตอบสนองที่สมดุลต่อเงินเฟ้อที่ยังสูงและความเสี่ยงขาลงต่อการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น
- ผู้ไม่เห็นด้วย:
- ผู้ว่าการ Stephen I. Miran ต้องการลดมากกว่า คือ 50 bps โดยน่าจะเน้นความเปราะบางของตลาดแรงงานมากกว่า
- ประธานธนาคารภูมิภาค Austan D. Goolsbee และ Jeffrey R. Schmid ต้องการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ชี้ถึงความกังวลแบบ hawkish ต่อเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่หรือการผ่อนคลายที่เร็วเกินไป
ความเห็นที่แตกแยกนี้บ่งชี้ว่า Fed มีความแบ่งฝ่ายมากขึ้นในเรื่องจังหวะการทำให้อัตราดอกเบี้ยกลับสู่ภาวะปกติ การคาดการณ์ชี้ว่ารายงานการประชุมจะเผยขนาดของ “กลุ่มที่อยากหยุดชั่วคราว” (pause camp) ซึ่งอาจกว้างกว่าที่เห็นจากคะแนนเสียง และอาจมีผู้สงวนความเห็นเงียบ ๆ เกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งหากยืนยันได้จะทำให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแข็งค่าขึ้น
นอกจากนี้ Fed ประกาศว่าจะกลับมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น (เริ่มต้นที่ 40 พันล้านดอลลาร์ใน Treasury bills) เพื่อรักษาระดับสำรองเงินที่เพียงพอ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากนโยบาย quantitative tightening (QT) และอาจบ่งบอกถึงความกังวลเรื่องสภาพคล่อง รายงานการประชุมคาดว่าจะอธิบายรายละเอียดกลไกงบดุล รวมถึงความเสี่ยงต่อการทำงานของตลาด
2. การประเมินเศรษฐกิจจากแถลงการณ์
แถลงการณ์นโยบายวาดภาพเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งแต่กำลังเย็นลง:
- การเติบโต: กิจกรรมเศรษฐกิจขยายตัวใน “อัตราระดับปานกลาง” (moderate pace) โดยไม่มีสัญญาณของการร้อนแรงเกินไป
- ตลาดแรงงาน: การเพิ่มงาน “ชะลอลงในปีนี้” และอัตราการว่างงาน “เพิ่มขึ้นเล็กน้อย” (สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่อยู่ราว 4.5%) ความเสี่ยงขาลงต่อการจ้างงาน “เพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา” ซึ่งเป็นข้อความใหม่ที่แสดงถึงความระมัดระวังที่สูงขึ้น
- เงินเฟ้อ: “เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี” และยังคง “ค่อนข้างสูง” แต่ยังมีความคืบหน้าต่อเป้าหมาย 2% ไม่มีการกล่าวถึงภาษีศุลกากรโดยตรง แต่การคาดการณ์ชี้ว่ารายงานอาจถกเถียงว่าเงินเฟ้อ “ติดขัด” (stuck) เช่น ขยายวงกว้างหรือเหนียวแน่นจากปัจจัยภายนอก หรือกำลัง “สงบลง” ตามแนวโน้มเย็นตัว
- ความไม่แน่นอนและความเสี่ยง: “ความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงสูง” โดย Fed “ให้ความสนใจกับความเสี่ยงทั้งสองด้านของภารกิจคู่” (การจ้างงานและเงินเฟ้อ) ข้อความที่สมดุลนี้แทนที่การเน้นความเสี่ยงเงินเฟ้อก่อนหน้า สะท้อนการเปลี่ยนทิศทางไปสู่ความกังวลเรื่องการจ้างงาน
ประธาน Jerome Powell กล่าวหลังการประชุมว่า Fed “อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะรอดูข้อมูล” โดยไม่ผูกมัดกับการลดดอกเบี้ยในเดือนมกราคม และเน้นการพึ่งพาข้อมูล ซึ่งเป็นท่าที hawkish ที่ขัดกับความคาดหวังของตลาดที่ต้องการผ่อนคลายมากกว่า
3. การสรุปคาดการณ์เศรษฐกิจ (Dot Plot และ SEP)
SEP ที่อัปเดตแสดงมุมมองที่ค่อนข้าง optimistic ต่อการเติบโตและเงินเฟ้อเมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2025 แต่เส้นทางอัตราดอกเบี้ยคงที่ บ่งชี้การลดดอกเบี้ยน้อยลงในอนาคต “Dot plot” คาดการณ์การลดเพียงสองครั้งแบบ quarter-point ในสองปีข้างหน้า (ครั้งหนึ่งใน 2026 อีกครั้งใน 2027) โดยอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่เป็นกลางอยู่ที่ 3.0% — ไม่เปลี่ยนแปลง แต่บ่งชี้ว่านโยบายยังคง restrictive
ตารางคาดการณ์ค่ามัธยฐาน:
| ตัวแปร | 2025 | 2026 | 2027 | 2028 | ระยะยาว |
|---|---|---|---|---|---|
| การเติบโต GDP จริง | 1.7% | 2.3% | 2.0% | 1.9% | 1.8% |
| อัตราการว่างงาน | 4.5% | 4.4% | 4.2% | 4.2% | 4.2% |
| เงินเฟ้อ PCE | 2.9% | 2.4% | 2.1% | 2.0% | 2.0% |
| เงินเฟ้อ Core PCE | 3.0% | 2.5% | 2.1% | 2.0% | N/A |
| อัตราดอกเบี้ย Fed Funds | 3.6% | 3.4% | 3.1% | 3.1% | 3.0% |
การเปลี่ยนแปลงสำคัญจากเดือนกันยายน 2025:
- การเติบโต GDP ปรับขึ้นสำหรับปี 2025 (1.6% → 1.7%) และ 2026 (1.8% → 2.3%) ชี้ถึงความยืดหยุ่นแม้มีภาษีศุลกากร
- เงินเฟ้อ (PCE และ core) ปรับลงเล็กน้อยสำหรับ 2025-2026 บ่งชี้ความมั่นใจในการลดเงินเฟ้อ
- คาดการณ์การว่างงานคงที่ แต่มีความไม่แน่นอนสูง (ผู้เข้าร่วมทั้ง 19 คนมองว่าสูงกว่าปกติทางประวัติศาสตร์)
- ความเสี่ยง: ขาขึ้นสำหรับเงินเฟ้อ (12 คน) และการว่างงาน (13 คน); ขาลงสำหรับการเติบโต (8 คน) สะท้อนความกังวลว่าภาษีอาจเพิ่มราคาโดยไม่ทำให้การเติบโตหยุดชะงัก
การคาดการณ์ชี้ว่ารายงานจะอธิบายการปรับแก้เหล่านี้ โดยเฉพาะการชั่งน้ำหนักความไม่แน่นอนจากภาษีศุลกากร เช่น ถือเป็นแรงกระตุ้นเงินเฟ้อที่ต้องคงอัตราดอกเบี้ยสูงนานขึ้นหรือไม่
4. ประเด็นถกเถียงสำคัญที่คาดว่าจะปรากฏในรายงาน
จากท่าที hawkish ของการประชุม รายงานน่าจะเน้น:
- พลวัตเงินเฟ้อ: การถกเถียงว่าแรงกดดันเป็น “ชั่วคราว” (เช่น จากห่วงโซ่อุปทาน) หรือ “ถาวร” (ขยายไปสู่บริการหรือค่าจ้าง) เงินเฟ้อที่เหนียวแน่นอาจสนับสนุนการหยุดชั่วคราว
- ความเสี่ยงตลาดแรงงาน: การเน้นว่า “หลายคน” หรือ “บางคน” กังวล — ถ้ามากกว่านี้อาจลดเกณฑ์สำหรับการลดดอกเบี้ยในอนาคต
- เส้นทางอัตราดอกเบี้ยและอัตราที่เป็นกลาง: การตีความการลด 25 bps ว่าเป็น “ประกัน” ต่อการชะลอตัว หรือส่วนหนึ่งของการผ่อนคลายต่อเนื่อง
- ภาษีศุลกากรและปัจจัยภายนอก: แม้ไม่กล่าวในแถลงการณ์ แต่รายงานอาจกล่าวถึงศักยภาพของภาษีปี 2025 ที่จะเพิ่มราคานำเข้า ส่งผลเงินเฟ้อ (คาดเพิ่ม PCE 0.5-1%) และเพิ่มความไม่แน่นอน ซึ่งอาจอธิบาย dot plot ที่ hawkish เพราะภาษีอาจชดเชยการลดเงินเฟ้อ ทำให้ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ตลาดคาด (ตลาดคาด ~50 bps เพิ่มใน 2026)
- งบดุลและสภาพคล่อง: รายละเอียดการลด QT และการซื้อพันธบัตร พร้อมความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน
- สภาวะทางการเงิน: หากหลวมเกินไป (เช่น ราคาสินทรัพย์สูงขึ้น) อาจขัดต่อความ optimistic
- ความไม่แน่นอนของข้อมูล: การเรียกร้องความอดทนท่ามกลางข้อมูลที่ “ผันผวน” สนับสนุนแนวทางค่อยเป็นค่อยไป
5. ผลกระทบต่อตลาดและความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์
ท่าที hawkish ของการประชุมทำให้ความคาดหวังการผ่อนคลายรวดเร็วลดลง โดย dot plot แตกต่างจากราคาตลาด (Fed: ~50 bps ในสองปี; ตลาด: สองครั้งภายในก.ย. 2026) หากรายงานยืนยันกลุ่ม pause ที่แข็งแกร่งหรือเงินเฟ้อเหนียวแน่น คาดดอลลาร์แข็ง อัตราผลตอบแทนสูง และความผันผวนในหุ้น ตรงกันข้าม การเน้นความเสี่ยงแรงงานอาจทำให้ดอลลาร์อ่อนลงและสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง
นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าความแตกแยกสะท้อนความไม่แน่นอนกว้างขึ้น: ภาษีอาจกระตุ้นเงินเฟ้อแต่ชะลอการเติบโตหากมีการตอบโต้ ทำให้ Fed อาจต้อง “สูงนานขึ้น” (higher-for-longer) นักวิเคราะห์ MUFG คาดดัชนีดอลลาร์ลด 5% ใน 2026 หากการเติบโตสหรัฐฯ อ่อนแอ ในตลาด forex คู่เงินอย่าง GBP/USD และ EUR/USD ยังคงอยู่ในช่วง (range-bound) ใกล้ระดับสูง รอรายงานเพื่อดูความประหลาดใจแบบ dovish/hawkish
สรุป
การประชุม FOMC เดือนธันวาคม 2025 ส่งสัญญาณการเปลี่ยนไปสู่ความระมัดระวัง ด้วย Fed ที่แบ่งฝ่ายและให้ความสำคัญกับข้อมูลมากกว่าการผ่อนคลายเชิงรุก ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากภาษีศุลกากร รายงานการประชุมอาจเสริมท่าที hawkish หากเน้นความเสี่ยงเงินเฟ้อหรือฉันทามติ pause ที่กว้าง ซึ่งอาจกดดันตลาดเข้าสู่ปี 2026 แม้ผลกระทบเต็มของภาษียังไม่ชัดเจนในเอกสารอย่างเป็นทางการ แต่ศักยภาพเงินเฟ้อ (คาด 0.5-1% ต่อราคา) อาจเป็นประเด็นถกเถียงหลักที่สนับสนุนเส้นทางการลดดอกเบี้ยที่ช้าลง นักลงทุนควรติดตามปฏิกิริยาหลังเผยแพร่ โดยโฟกัสจะย้ายไปข้อมูลเดือนมกราคม (เช่น การจ้างงาน, CPI) และการประชุมครั้งถัดไปวันที่ 27-28 มกราคม 2026 การวิเคราะห์นี้จะอัปเดตเมื่อรายงานเผยแพร่จริง
🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ คริปโตที่ลิ้งค์ ข้างล่าง
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0





