เงินเฟ้อจีนเดือนธันวาคม: ฟื้นตัวช้ากว่าคาด แต่ภาคโรงงานเริ่มนิ่ง
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังคงต้องการแรงกระตุ้นเพิ่มเติม ดังนี้:
1. ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) – ฝั่งผู้ซื้อ
-
รายปี (YoY): เพิ่มขึ้น 0.8% (ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.9%) แต่ยังสูงกว่าเดือนพฤศจิกายนที่ 0.7%
-
รายเดือน (MoM): เพิ่มขึ้น 0.2% (พลิกกลับมาเป็นบวกหลังจากติดลบ -0.1% ในเดือนก่อนหน้า)
-
วิเคราะห์: แม้เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การที่ต่ำกว่าคาดสะท้อนว่าการบริโภคในครัวเรือนของจีนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แม้จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปีก็ตาม
2. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) – ฝั่งโรงงาน
-
รายปี (YoY): ลดลง 1.9% (ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ -2.0% และดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -2.2%)
-
วิเคราะห์: ภาวะเงินฝืดในภาคอุตสาหกรรม (Factory Deflation) เริ่มส่งสัญญาณชะลอการติดลบ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกเล็กน้อยว่าต้นทุนการผลิตและอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น
ผลกระทบต่อตลาด (Market Reaction)
| สินทรัพย์ | การเคลื่อนไหว | สาเหตุ |
| AUD/USD | ลดลงมาที่ ~0.6690 (-0.06%) | เนื่องจากออสเตรเลียส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ไปจีนเป็นหลัก เมื่อเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวช้ากว่าคาด จึงกดดันค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย |
| CNY (เงินหยวน) | อ่อนค่าเล็กน้อย | ข้อมูลที่ต่ำกว่าคาดสร้างความหวังว่าธนาคารกลางจีน (PBoC) อาจต้องลดดอกเบี้ยหรือฉีดสภาพคล่องเพิ่ม |
| ตลาดหุ้นเอเชีย | ทรงตัว/ลบเล็กน้อย | ตลาดรอความชัดเจนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของรัฐบาลจีนในลำดับถัดไป |
มุมมองในระยะถัดไป
นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลข CPI ที่ยังไม่แตะ 1.0% จะเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกมากขึ้นในช่วงต้นปี 2026 เพื่อป้องกันภาวะเงินฝืดเรื้อรัง (Deflationary Spiral) โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับความท้าทายเรื่องภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดีทรัมป์



