“เงินยูโรยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่ ECB จะส่งสัญญาณขัดแย้งกันเองก็ตาม”
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
คู่เงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (EUR/USD) เดินหน้าบวกต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยขยับขึ้นมาซื้อขายเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1.1380 ในช่วงเซสชันเอเชียวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2026 แม้ว่าคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะแสดงความเห็นที่แตกต่างกันจนสร้างความผันผวนให้กับตลาด แต่แรงหนุนจากการพักฐานของดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้ยูโรยังรักษาแดนบวกไว้ได้ โดยมีรายละเอียดเชิงลึกดังนี้:
-
ศึกทางความคิดของบอร์ด ECB (Hawkish vs Dovish): สายตาของนักลงทุนกำลังจับจ้องถ้อยแถลงที่สวนทางกันของสองผู้นำฝั่งยุโรป โดย อิซาเบล ชนาเบล (Isabel Schnabel) กรรมการสาย Hawkish ยืนยันหนักแน่นว่า วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ยังไม่จบลง แม้จะมีข่าวการประกาศหยุดยิงในตะวันออกกลาง แต่เธอก็เตือนว่าห้ามการ์ดตก และจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเพื่อกดเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ในทางกลับกัน คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธาน ECB กลับแสดงท่าทีผ่อนคลาย (Dovish) โดยระบุว่า ECB สามารถหลีกเลี่ยงการตอบสนองที่รุนแรงต่อผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ เนื่องจากมองว่าช็อกเวฟเงินเฟ้อรอบนี้ไม่ได้รุนแรงพอที่จะขับเคลื่อนเงินเฟ้อระยะยาวให้ฝังลึก
-
ดอลลาร์สหรัฐพักฐานชั่วคราว แม้เงินเฟ้อ PCE จะพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี: ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เผชิญแรงเทขายทำกำไรสลับออกมา (Profit-taking) ส่งผลให้ EUR/USD ดีดตัวขึ้นได้ แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (Headline PCE) สหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคมจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.1% YoY ซึ่งเป็นระดับเหนือ 4.0% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี และ Core PCE ขยับขึ้นมาที่ 3.4% YoY (สูงสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2023) ก็ตาม เนื่องจากตลาดมองว่าข่าวดังกล่าวรับรู้ไปในราคา (Priced-in) มากแล้ว ประกอบกับราคาน้ำมันดิบโลกที่ดิ่งลงก่อนหน้านี้ทำให้นักลงทุนคาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
-
ตลาดยังคงให้น้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนสูง: เครื่องมือ CME FedWatch Tool ชี้ว่า ตลาดเงินยังคงให้น้ำหนักสูงถึง 63.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน 2026 ซึ่งปัจจัยนี้จะยังคงเป็นฐานรากที่คอยค้ำชูให้ดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าได้ทุกเมื่อในช่วงครึ่งหลังของปี
📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญ (Support & Resistance Levels)
จากการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างราคาทางเทคนิคของคู่เงิน EUR/USD:
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
1.1400(ด่านแนวต้านจิตวิทยาขนาดใหญ่ที่ความเร็วของราคามักจะชะลอตัว) -
แนวต้านที่ 2:
1.1450(โซนแนวต้านหนาแน่นทางเทคนิคประจำเดือนนี้) -
แนวต้านที่ 3:
1.1520(จุดสูงสุดเดิมของโครงสร้างราคารอบใหญ่)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
1.1320 - 1.1330(โซนแนวรับอินทราเดย์ที่พยุงราคาเอาไว้เมื่อวานนี้) -
แนวรับที่ 2:
1.1260(แนวรับสำคัญทางโครงสร้างราคาที่เป็นจุดเปลี่ยนทิศทาง) -
แนวรับที่ 3:
1.1180(ฐานรับใหญ่ในกรอบเวลา Daily Chart)
-
📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Market Executive Summary: การปรับตัวขึ้นของคู่เงิน EUR/USD ในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดจากสภาวะดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าทางเทคนิค (Technical Correction) หลังจากที่ตลาดรับรู้ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ไปเรียบร้อยแล้ว มากกว่าที่จะเกิดจากความแข็งแกร่งภายในของโครงสร้างเศรษฐกิจยุโรปเอง ยิ่งไปกว่านั้น การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ECB ส่งสัญญาณไม่ตรงกัน ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต ดังนั้น การดีดตัวขึ้นรอบนี้จึงอาจมีกรอบที่จำกัด (Capped Upside) และพร้อมที่จะเผชิญแรงเทขายกลับลงมาหากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า
กลยุทธ์การเทรด: แม้โมเมนตัมระยะสั้น 1-2 วันนี้จะเป็นบวก แต่ภาพรวมระยะกลางยังคงถูกกดดัน แนะนำกลยุทธ์ “เด้ง Sell เมื่อไม่ผ่านแนวต้าน” (Short on Rallies) โดยรอสังเกตบริเวณโซนจิตวิทยา
1.1400หากราคาไม่สามารถทะลุผ่านหรือเกิดสัญญาณ Rejection (ทิ้งไส้เทียนด้านบน) ให้พิจารณาเปิดสถานะ Sell โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่1.1330และเป้าหมายถัดไปที่1.1260ทั้งนี้ ควรตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้เหนือระดับ1.1430เพื่อป้องกันความผันผวนจากการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ (Michigan Consumer Sentiment) ในคืนนี้




