ข่าวการปฏิเสธเจรจาจากฝั่งอิหร่านตามที่ Bloomberg รายงานในวันนี้ (2 มีนาคม 2026) ถือเป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” (Catalyst) ที่รุนแรงที่สุดต่อตลาดการเงินในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาครับ เพราะมันทำลายความหวังที่จะเห็นทางออกทางการทูต (Diplomatic exit) และเปลี่ยนโหมดตลาดเข้าสู่ “สงครามยืดเยื้อ” (Protracted War) ทันที
สรุปแถลงการณ์ล่าสุดจากอิหร่าน
-
“ไม่มีการเจรจาอีกต่อไป”: อาลี ลาริจานี (Ali Larijani) หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X และสื่อทางการว่า “เตหะรานจะไม่เจรจากับสหรัฐฯ” โดยปฏิเสธรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าอิหร่านพยายามติดต่อวอชิงตันผ่านคนกลางอย่างโอมาน
-
กล่าวโทษทรัมป์: ลาริจานีระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์คือผู้ที่ทำให้ภูมิภาคตกอยู่ในความโกลาหลด้วย “ความเพ้อฝัน” (Delusional fantasies) และวิจารณ์ว่านโยบาย “America First” ของทรัมป์ได้กลายเป็น “Israel First” ไปแล้ว
-
สถานะผู้นำ: ท่าทีที่แข็งกร้าวนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งขณะนี้อำนาจการตัดสินใจตกไปอยู่ในมือของสภาชั่วคราวที่มีแนวทางสายแข็ง (Hardline) มากขึ้น
ผลกระทบต่อราคาทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย
เมื่อประตูการเจรจาปิดตาย ราคาสินทรัพย์จะตอบสนองดังนี้ครับ:
| สินทรัพย์ | ผลกระทบทันที | ระดับราคาที่ต้องจับตา |
| Gold (ทองคำ) | Bulls พุ่งต่อ | ปัจจุบันอยู่ที่ $5,370 และมีแนวโน้มทดสอบ $5,400 – $5,420 ในคืนนี้ |
| Silver (โลหะเงิน) | Rebound แรง | หลังย่อตัวหลุด $94.00 ข่าวนี้จะดึงราคากลับไปหาโซน $95.00 อีกครั้ง |
| WTI Crude Oil | Risk Premium สูงขึ้น | ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงเหนือ $75 และอาจแตะ $80 หากมีการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซซ้ำ |
| USD/JPY | เยนแข็งค่า (ระยะสั้น) | ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจกระตุ้นแรงซื้อเยนในฐานะ Safe-haven กลับมาบ้าง |
มุมมอง: การที่อิหร่านเลือก “ไม่เจรจา” ในจังหวะที่สหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ หมายความว่าเรากำลังเข้าสู่สภาวะ “War of Attrition” (สงครามบั่นทอนกำลัง) ตลาดจะเปลี่ยนจากการเก็งกำไรระยะสั้นเป็นการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยระยะยาวเพื่อป้องกันพอร์ตครับ



