“สหรัฐฯ-อิหร่าน ขยับเข้าใกล้ข้อตกลง แต่กรอบเวลายังไม่ชัดเจน ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากกลุ่มสายแข็ง“
-
ทรัมป์ยันเซ็นวันอาทิตย์ แต่อิหร่านยังแทงกั๊ก: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน (ตัวกลาง) ออกมาคาดการณ์ว่า จะมีการลงนามในกรอบข้อตกลงสันติภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ใน วันอาทิตย์นี้ (ตรงกับวันเกิดครบรอบ 80 ปีของทรัมป์) อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกลับออกมาปฏิเสธ โดยระบุว่า “จะไม่ใช่ฝั่งวันอาทิตย์นี้แน่” แต่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
-
กลุ่มสายแข็งในอิหร่านประท้วงเดือด: เกิดการประท้วงหน้ากระทรวงต่างประเทศในกรุงเตหะรานและเมืองมัชฮัด โดยกลุ่มฮาร์ดไลน์ (Hardliners) แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน (Abbas Araqchi) โดยตราหน้าว่าเป็น “ผู้ประนีประนอมที่ทรยศชาติ” เนื่องจากไม่พอใจในเงื่อนไขและกรอบเวลาของข้อตกลง
-
เงื่อนไขหลัก “เปิดช่องแคบฮอร์มุซ – คืนทรัพย์สินที่ถูกอายัด”: ร่างข้อตกลงระบุว่า อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งผ่านได้ทันทีโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง แลกกับการที่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ปลดล็อกคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน และทยอยคืนเงินเยียวยาจากสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์
-
ปมรื้อถอนนิวเคลียร์รอคุยต่อ 60 วัน: ประเด็นเรื่องโครงการนิวเคลียร์และการทำลายคลังยูเรเนียมเข้มข้นสูง (HEU) จะถูกยกยอดไปเจรจาในรายละเอียดภายหลังภายในกรอบเวลา 60 วันหลังการเซ็นกรอบความร่วมมือ
-
สถานการณ์หน้างานยังระอุ อิสราเอลไม่สนดีล: แม้จะมีข่าวดีลหยุดยิง แต่กองทัพสหรัฐฯ เพิ่งยิงสกัดโดรนโจมตีของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ ขณะที่อิสราเอลประกาศชัดเจนว่า “ไม่ขอผูกพันกับดีลนี้” และได้เปิดฉากถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอนกว่า 70 แห่งในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สร้างความตึงเครียดกับทรัมป์ที่ต้องการให้อิสราเอลหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้ดีลราบรื่น
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ข่าวกรองและสถานการณ์ล่าสุดในวันอาทิตย์นี้ บ่งชี้ว่าตลาดในเช้าวันจันทร์จะเจอกับสภาวะ “แกว่งตัวรุนแรงสองทาง” (High Volatility / Two-Way Risk) จากประเด็นเหล่านี้:
-
ความขัดแย้งเรื่อง “เวลาลงนาม” ทำตลาดสับสน: คำแถลงของทรัมป์ที่บอกว่าจะเซ็นวันอาทิตย์ ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับท่าทีของฝั่งอิหร่านที่บอกว่าไม่ใช่ข่าวจริง (Fake Timeline) และยังมีม็อบประท้วงในประเทศ สภาวะนี้ทำให้ตลาดไม่สามารถ “Price-in” หรือรับรู้ข่าวดีเรื่องสันติภาพได้เต็ม 100% นักลงทุนบางส่วนจะมองว่านี่อาจเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของทรัมป์ในวันเกิด
-
ตัวแปรอิสราเอลคือชนวนระเบิด (The Israel Wildcard): การที่เนทันยาฮูสั่งถล่มเลบานอนอย่างหนักหน่วงโดยไม่สนคำขอของทรัมป์ เป็นสัญญาณเตือนว่า แม้สหรัฐฯ กับอิหร่านจะเซ็นสัญญาสำเร็จ แต่กลุ่มตัวแทน (Proxies) ของอิหร่านอย่างเฮซบอลลาห์และอิสราเอลก็ยังพร้อมซัดกันนัว ซึ่งอาจลากให้อิหร่านกลับเข้าสู่สมรภูมิได้ทุกเมื่อ
📈 คาดการณ์พฤติกรรมราคาในเช้าวันจันทร์ (Gap Analysis)
เนื่องจากข่าวสารมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในช่วงวันหยุด (ฝั่งสหรัฐฯ-ปากีสถานบอกเซ็น / ฝั่งอิหร่านบอกไม่เซ็น + มีม็อบ + อิสราเอลถล่มเลบานอน) แนะนำให้เช็ก ราคาเปิดตลาด (Market Open) ดังนี้:
-
กรณีที่ 1: แผนเปิดกระโดดลง (Bearish Gap): หากช่วงค่ำวันอาทิตย์มีกระแสข่าวว่าทั้งสองฝ่ายสามารถ “เซ็นสัญญาอิเล็กทรอนิกส์” ได้สำเร็จตามที่ทรัมป์อ้าง ราคาน้ำมันดิบ WTI มีโอกาสเปิด Gap Down ทะลุหลุด
$83.40ลงไปหาโซน$80.00และทองคำ (XAU/USD) อาจดิ่งหลุด$4,150มุ่งหน้าสู่$4,000ทันที -
กรณีที่ 2: แผนเปิดกระโดดขึ้น (Bullish Gap – มีโอกาสสูง): หากหมดวันอาทิตย์แล้วไม่มีการลงนามเกิดขึ้นจริงตามที่ฝั่งอิหร่านเตือน ประกอบกับสถานการณ์การประท้วงในเตหะรานบานปลายและการถล่มของอิสราเอล ตลาดจะเกิดความกลัวว่า “ดีลคว่ำ” ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน
$85.00 - $86.50และทองคำมีโอกาสดีดกลับขึ้นไปหาแนวต้าน$4,300อย่างรวดเร็ว
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“อย่าเพิ่งรีบตามน้ำ! รอให้ตลาดเปิดและเคลียร์ราคา Gap ให้เสร็จก่อน”: ทาง THAIFRX.COM มองว่า ข้อมูลล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าการเจรจาสันติภาพยังอยู่บนพื้นที่เปราะบางและมีสัญญาณ “ดีลล่ม” แทรกเข้ามาตลอดเวลา การที่อิหร่านไม่ยอมรับกรอบเวลาวันอาทิตย์ประกอบกับแรงกดดันภายในประเทศ ทำให้ความหวังเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีอาจต้องเลื่อนออกไป
💡 แนะนำกลยุทธ์การเทรดวันจันทร์:
ช่วง 1-2 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตลาด “ห้ามกระโดดเข้าใส่ราคาทันที” เนื่องจากราคาจะวิ่งผันผวนล้างสัญญาทั้งสองฝั่ง (Stop Hunting) จากภาวะ Slippage ของโบรกเกอร์
หากราคาเปิดกระโดดขึ้น (Gap Up) เพราะดีลเลื่อน ให้หาจังหวะ Follow Buy สั้นๆ ตามโมเมนตัมความกลัวสงครามไปหาแนวต้านถัดไป
แต่หากมีการเซ็นสัญญาจริงและราคาเปิดกระโดดลง (Gap Down) ให้รอราคาดีดกลับขึ้นมาทดสอบแนวต้านเพื่อเปิดสถานะ Sell/Short ตามเทรนด์ใหญ่ที่ได้เปรียบครับ




