สรุปรายงานภาวะเงินเฟ้อแคนาดาประจำเดือนธันวาคม 2568 จากบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
1. ภาพรวมตัวเลข: “ดูเหมือนพุ่ง แต่ที่จริงแล้วผสมผสาน”
-
Headline CPI: เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.4% (จากเดิม 2.2%) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.3%
-
ความจริงเบื้องหลังตัวเลข: แม้ราคาจริงในเดือนธันวาคมจะลดลง 0.2% แต่เมื่อปรับค่าฤดูกาล (Seasonally Adjusted) แล้วกลับกลายเป็นการเพิ่มขึ้น 0.3% นอกจากนี้การเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่รัฐบาลมีการงดเก็บภาษี GST (Tax Holiday) ทำให้ฐานราคาปีก่อนต่ำ ตัวเลขปีนี้จึงดูพุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่ม อาหารในร้านอาหาร (+8.5% YoY)
2. สัญญาณบวกจากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation)
แม้ตัวเลขรวมจะดูสูง แต่ดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อพื้นฐานหลายตัวกลับชะลอตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี:
-
Median CPI: ทรงตัว (Flat) เมื่อปรับค่าฤดูกาลแล้ว ส่งผลให้อัตรารายปีลดลงเหลือ 2.5% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี
-
Trim CPI: เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ต่อเดือน ทำให้อัตรารายปีลดลงเหลือ 2.7%
-
สรุปภาพรวม: ดัชนีเงินเฟ้อหลักส่วนใหญ่ตอนนี้เคลื่อนไหวใกล้เคียงระดับ 2.5% ซึ่งตรงกับมุมมองของธนาคารกลางแคนาดา (BoC)
3. รายละเอียดเจาะลึก: ตัวไหนพุ่ง ตัวไหนร่วง?
| กลุ่มสินค้า | การเคลื่อนไหว | หมายเหตุ |
| ตั๋วเครื่องบิน | พุ่งขึ้น 34.5% (MoM) | เป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ |
| ค่าโรงแรม | ร่วงลง -10.8% (YoY) | ลดลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด (นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ) |
| บริการโทรศัพท์ | พุ่งขึ้น 13% (YoY) | เพิ่มขึ้นรายปีสูงสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) |
| น้ำมันเชื้อเพลิง | ร่วงลง -13.8% (YoY) | แม้ราคาน้ำมันจะช่วยฉุดเงินเฟ้อลงมากแล้ว แต่เงินเฟ้อภาพรวมก็ยังขยับขึ้น |
| ดอกเบี้ยบ้าน | เพิ่มขึ้น 1.7% (YoY) | ชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่เคยพุ่งแรงกว่านี้ 10% |
4. บทสรุปและทิศทางของธนาคารกลาง (BoC)
-
มุมมองต่อ BoC: รายงานฉบับนี้มีความซับซ้อน (Messy) เพราะมีปัจจัยพิเศษหลายอย่าง แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะสูงกว่าคาด แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core) ที่ลดลงเป็นข่าวดีที่ BoC น่าจะพอใจ
-
นโยบายดอกเบี้ย: ข้อมูลชุดนี้ “ไม่เพียงพอ” ที่จะบีบให้ BoC ต้องรีบลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ธนาคารกลางจะยังคงรอดูจนกว่าเศรษฐกิจจะแย่ลงกว่านี้ หรือเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงอย่างชัดเจนกว่านี้ถึงจะพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกครั้ง



