ราคาน้ำมันดิบ WTI ในวันนี้ (3 มีนาคม 2026) ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ $73.00 ต่อบาร์เรล (เพิ่มขึ้นประมาณ 2.3%) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ของกองพลพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลครับ
ประเด็นสำคัญของวิกฤตพลังงาน (3 มีนาคม 2026)
-
Supply Shock ครั้งใหญ่: การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก (ประมาณ 15-20 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และก๊าซ LNG อีกกว่า 20%
-
การข่มขู่จากอิหร่าน: พลจัตวา Ebrahim Jabbari ที่ปรึกษาอาวุโสของ IRGC ประกาศผ่านโทรทัศน์รัฐบาลว่า “อิหร่านจะโจมตีและเผาเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบนี้” พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่หยดเดียวออกจากภูมิภาค
-
ปฏิกิริยาของตลาดเดินเรือ: แม้กองทัพสหรัฐฯ จะพยายามรักษาเส้นทาง แต่บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Maersk และ Hapag-Lloyd ได้ประกาศระงับการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงชั่วคราว เนื่องจากค่าระวางเรือและค่าประกันภัยความเสี่ยงสงครามพุ่งสูงขึ้นจนไม่คุ้มค่าความเสี่ยง
-
ปัจจัยหนุนจากฝั่งสหรัฐฯ: นอกจากข่าวสงครามแล้ว ตัวเลข ISM Manufacturing PMI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่ง (โดยเฉพาะดัชนี Prices Paid ที่พุ่งแตะ 70.5) ยังทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อและลดความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันในเชิงเปรียบเทียบ
มุมมองและเป้าหมายราคาจากสถาบันการเงิน
| สถาบันการเงิน | คาดการณ์ราคาน้ำมัน (Brent/WTI) | เงื่อนไข |
| J.P. Morgan | $100 – $120 | หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวเกิน 3 สัปดาห์ |
| Goldman Sachs | +$18 Premium | ปรับเพิ่มค่าความเสี่ยง (Risk Premium) เข้าไปในราคาทันที $18 |
| Wood Mackenzie | >$100 | หากไม่สามารถกู้คืนเส้นทางเดินเรือได้ในเร็ววัน |
| Barclays | $100 | ปรับเป้าหมายราคา Brent ขึ้นสู่ระดับ $100 จากความเสี่ยงอุปทานหยุดชะงัก |
ความท้าทายของ OPEC+
แม้กลุ่ม OPEC+ จะประกาศเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 206,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับเดือนเมษายนเพื่อช่วยพยุงตลาด แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่าความพยายามนี้อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร ตราบใดที่น้ำมันดิบไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
สรุป: ราคาน้ำมัน WTI ที่ $73 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปรับฐานรับข่าว (Immediate Repricing) หากสถานการณ์ยังไม่มีสัญญาณของการลดระดับความรุนแรง (De-escalation) ราคาอาจพุ่งทะลุเลข 3 หลัก ($100+) ได้ในเวลาอันสั้นครับ





