สัญญาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate) ในวันที่ 28 มกราคม 2569 เคลื่อนไหวในลักษณะพักตัวและทรงตัวอยู่แถวระดับ 62.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่เพิ่งทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 4 เดือนที่ระดับ 62.85 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าครับ
นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมัน “ยืนระยะ” อยู่ในระดับสูงได้ แม้จะมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง:
1. พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ (Supply Disruption)
-
ปัจจัยหลัก: สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับพายุฤดูหนาวที่รุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ Permian Basin ทำให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ หายไปชั่วคราวถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (หรือประมาณ 15% ของกำลังการผลิตทั้งหมด)
-
การส่งออกหยุดชะงัก: สภาพอากาศที่เลวร้ายยังทำให้การส่งออกน้ำมันบริเวณอ่าวเม็กซิโก (Gulf Coast) ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาจนถึงช่วงสิ้นเดือนมกราคมกว่าจะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
2. ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (Geopolitical Risks)
-
ตลาดน้ำมันมีความกังวลเพิ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเคลื่อนกองเรือรบและเรือบรรทุกเครื่องบินไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าทางทหารทำให้ราคาน้ำมันมี “ค่าความเสี่ยง” (Risk Premium) แฝงอยู่สูง
3. ตัวเลขสต็อกน้ำมันลดลง (Inventory Data)
-
รายงานจาก API ล่าสุดระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงประมาณ 247,000 บาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความต้องการใช้พลังงานยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น
4. ดอลลาร์อ่อนค่า (Weak Dollar Support)
-
การที่ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ร่วงลงมาอยู่แถวระดับ 96.00 (ต่ำสุดในรอบ 4 ปี) ช่วยหนุนราคาน้ำมันให้ดู “ถูกลง” สำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไม่ให้หลุดระดับ 62 ดอลลาร์ได้โดยง่าย
วิเคราะห์ทางเทคนิค (WTI Outlook)
-
แนวรับสำคัญ: 62.35 ดอลลาร์ (หากรักษาระดับเหนือจุดนี้ได้ ทิศทางขาขึ้นยังคงได้เปรียบ)
-
แนวต้านถัดไป: 63.40 ดอลลาร์ และหากทะลุไปได้มีโอกาสเห็นการทดสอบระดับ 65.00 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายถัดไปของกลุ่มกระทิง (Bulls)





