ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าตลาดการเงินไม่ได้คาดหวังว่า คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีการเปลี่ยนทิศทางนโยบายอย่างกะทันหัน (Pivot) ในการประชุมสัปดาห์นี้ครับ
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ ECB มีดังนี้:
1. คาดการณ์การคงอัตราดอกเบี้ย (Meeting: 5 ก.พ. 2026)
-
มติที่คาดการณ์: นักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ (กว่า 90%) คาดว่า ECB จะ คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Facility Rate) ไว้ที่ระดับ 2.00% เป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน นับตั้งแต่การลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2025
-
ท่าทีปัจจุบัน: ลาการ์ดได้เน้นย้ำหลายครั้งว่านโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ “เหมาะสมแล้ว” (In a good place) และเศรษฐกิจยูโรโซนแสดงความยืดหยุ่นได้ดีกว่าที่กังวล ทำให้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มในทันที
2. ปัจจัยที่ทำให้ “ไม่เกิด Pivot” (เหตุผลที่ต้องคงดอกเบี้ยต่อ)
แม้ว่าเงินเฟ้อจะเริ่มลดลงเข้าใกล้เป้าหมาย แต่ ECB ยังคงระมัดระวังเนื่องจาก:
-
เงินเฟ้อภาคบริการยังหนืด (Sticky Services Inflation): ECB กังวลว่าการปรับขึ้นของค่าจ้างและราคาสินค้าในภาคบริการยังไม่ลดลงเร็วเท่าที่ควร
-
เศรษฐกิจเติบโตดีกว่าคาด: GDP ยูโรโซนในไตรมาส 4/2025 ขยายตัวได้ 0.3% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้แรงกดดันที่จะต้องลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง
-
ความเสี่ยงจากนโยบายสหรัฐฯ: นโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการเปลี่ยนแปลงผู้นำ Fed เป็น Kevin Warsh ทำให้ ECB ต้องรอดูความชัดเจนของผลกระทบต่อค่าเงินยูโรและเงินเฟ้อนำเข้าก่อนตัดสินใจขยับตัว
3. สิ่งที่ตลาดจับตามอง (Forward Guidance)
แม้ตลาดจะไม่คาดหวังการ Pivot ในคืนวันพฤหัสบดีนี้ แต่จะให้ความสำคัญกับ ถ้อยแถลงหลังการประชุม:
-
การแทรกแซงค่าเงิน: หากค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมากเกินไป (เช่น เกินระดับ 1.20 USD) อาจทำให้ ECB ต้องกลับมาส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเพื่อปกป้องภาคการส่งออก
-
ไทม์ไลน์ในปี 2026: นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มมองว่าหากจะมีการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไป อาจเกิดขึ้นในช่วง ไตรมาส 3 หรือ 4 ของปี 2026 เท่านั้น หากเงินเฟ้อยังคงยืนต่ำกว่า 2% อย่างต่อเนื่อง
สรุป: ลาการ์ดน่าจะยังคงรักษาโทนการประชุมแบบ “Data-dependent” (ตัดสินใจตามข้อมูล) และไม่ให้คำมั่นสัญญาใดๆ เกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยในระยะอันใกล้ครับ





