สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 18 มกราคม 2569 (2026) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความสั่นสะเทือนต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง ด้วยการประกาศแผนเก็บภาษีศุลกากร (Tariffs) ต่อกลุ่มประเทศพันธมิตรยุโรป โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
1. รายละเอียดมาตรการภาษี “Greenland Tariffs”
ทรัมป์ได้ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย (Truth Social) เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 ว่าจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป เพื่อตอบโต้ที่ประเทศเหล่านี้คัดค้านแผนการที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมหรือซื้อเกาะ “กรีนแลนด์”
-
อัตราภาษี: เริ่มต้นที่ 10% สำหรับสินค้าทุกประเภท
-
วันที่มีผล: เริ่มวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
-
การขู่ยกระดับ: อัตราภาษีจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 หากเดนมาร์กยังไม่ยอมตกลงขายกรีนแลนด์ให้สหรัฐฯ
2. รายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบ
กลุ่มประเทศที่ถูกระบุชื่อในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นสมาชิก NATO และพันธมิตรใกล้ชิด ได้แก่:
-
เดนมาร์ก (เจ้าของอธิปไตยเหนือกรีนแลนด์)
-
สหราชอาณาจักร (UK)
-
ฝรั่งเศส
-
เยอรมนี
-
เนเธอร์แลนด์
-
นอร์เวย์
-
สวีเดน
-
ฟินแลนด์
3. สาเหตุและข้ออ้างของทรัมป์
-
ความมั่นคงแห่งชาติ: ทรัมป์อ้างว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบป้องกันขีปนาวุธ “Golden Dome” ของสหรัฐฯ และเพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียหรือจีนเข้ามาแผ่อิทธิพลในแถบอาร์กติก
-
การตอบโต้ทางการทหาร: ทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่ประเทศเหล่านี้ส่งกำลังทหารจำนวนหนึ่ง (Symbolic levels) ไปยังกรีนแลนด์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนอธิปไตยของเดนมาร์ก ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็น “เกมที่อันตราย”
🌍 ปฏิกิริยาจากฝั่งยุโรปและผลกระทบ
-
เดนมาร์ก: รัฐมนตรีต่างประเทศแสดงความประหลาดใจและยืนยันว่า “กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย” และการตัดสินใจนี้ขัดแย้งกับการหารือที่ดูเหมือนจะราบรื่นก่อนหน้านี้
-
สหราชอาณาจักร: นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ระบุว่าการขู่เก็บภาษีโดยใช้เรื่องดินแดนเป็นตัวประกันนั้นเป็นสิ่งที่ “ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง”
-
ฝรั่งเศส: ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ยืนยันว่ายุโรปจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ และจะเสริมกำลังทหารในกรีนแลนด์ต่อไปเพื่อรักษาความมั่นคงร่วมของ NATO
-
เศรษฐกิจ: นักวิเคราะห์จาก Nomura และ J.P. Morgan คาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะฉุด GDP ของยุโรปและอังกฤษลงราว 0.1% – 0.3% และจะสร้างความผันผวนอย่างรุนแรงต่อค่าเงินยูโร (EUR) และปอนด์ (GBP) ในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ที่จะถึงนี้
💡 มุมมองวิเคราะห์: “Tariff King” กลับมาแล้ว
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าทรัมป์ยังคงใช้ “ภาษี” เป็นเครื่องมือทางการทูตหลัก (Transactional Diplomacy) เพื่อบีบให้พันธมิตรยอมทำตามความต้องการของตน โดยไม่สนว่าจะเป็นพันธมิตรใน NATO หรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งภายในกลุ่มพันธมิตรตะวันตกที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
นี่คือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อตลาดเปิดทำการครับ:
1. ตลาดค่าเงิน (Forex): ยูโรและปอนด์จะร่วงลงหนัก
-
EUR/USD และ GBP/USD: คาดว่าจะเปิดตลาดด้วย “Gap” ขาลง ทันที นักลงทุนจะเทขายสกุลเงินยุโรปเพื่อไปถือดอลลาร์สหรัฐ (Safe Haven) เนื่องจากความกังวลว่ายุโรปจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากสงครามการค้า
-
ค่าเงินที่ได้ประโยชน์: นอกจาก USD แล้ว สกุลเงินที่ปลอดภัยอย่าง CHF (สวิสฟรังก์) อาจจะแข็งค่าขึ้นจากการไหลเข้าของเงินทุนที่หนีความเสี่ยงจากยุโรป
2. ตลาดหุ้นยุโรป (European Equities): ความเสี่ยงรายกลุ่มอุตสาหกรรม
ดัชนีสำคัญอย่าง STOXX 600, DAX (เยอรมนี) และ CAC 40 (ฝรั่งเศส) มีแนวโน้มเปิดลบแรง โดยเฉพาะกลุ่มดังนี้:
-
ยานยนต์และเครื่องจักร: หุ้นอย่าง Mercedes-Benz, BMW, และกลุ่มอุตสาหกรรมหนักในเยอรมนีจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ สูง
-
สินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury): หุ้น LVMH หรือ Hermes ในฝรั่งเศสจะถูกเทขายจากความกังวลเรื่องกำลังซื้อและภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น
-
กลุ่มป้องกันประเทศ (Aerospace & Defense): อาจเป็นกลุ่มเดียวที่ สวนกระแสพุ่งขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางทหารในกรีนแลนด์จะกระตุ้นให้ยุโรปต้องเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศเองมากขึ้น
3. มาตรการตอบโต้ (Retaliation) ที่ตลาดกังวล
นักลงทุนจะจับตามองการประกาศจาก สหภาพยุโรป (EU) ทันที:
-
ภาษีตอบโต้: EU มักมีรายชื่อสินค้าสหรัฐฯ ที่เตรียมเก็บภาษีกลับ (เช่น สินค้าเกษตร, มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson, เบอร์เบิน) หากมีการประกาศตอบโต้ จะยิ่งเพิ่มความกลัวเรื่อง “สงครามการค้าเต็มรูปแบบ”
-
การใช้นโยบายการเงิน: ตลาดอาจเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจต้อง ลดดอกเบี้ย เร็วกว่ากำหนดเพื่อประคองเศรษฐกิจที่โดนภาษีกระแทก
📊 สรุปผลกระทบที่คาดการณ์ (19 ม.ค. 2569)
| สินทรัพย์ | แนวโน้ม | เหตุผล |
| EUR/USD | 📉 ร่วงลงแรง | ความเสี่ยงเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว |
| GBP/USD | 📉 ร่วงลง | อังกฤษติดกลุ่ม 8 ประเทศที่โดนภาษี |
| DAX Index | 📉 ดิ่งลง | เยอรมนีเป็นหัวใจการส่งออกที่โดนกระทบโดยตรง |
| ทองคำ (Gold) | 📈 พุ่งขึ้น | สินทรัพย์ปลอดภัยในภาวะสงครามและการเมืองโลก |
| Bond Yield สหรัฐฯ | 📈 สูงขึ้น | ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากการเก็บภาษีนำเข้า |
⚠️ ข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนไทย
-
หุ้นกลุ่มส่งออก: บริษัทไทยที่ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรือยานยนต์ไปยุโรปเพื่อประกอบส่งต่อสหรัฐฯ อาจได้รับผลกระทบทางอ้อม
-
ความผันผวนของค่าเงินบาท: เงินบาทอาจอ่อนค่าตามสกุลเงินภูมิภาคหากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว




