คำแถลงของ Stephen Miran (สตีเฟน มิแรน) ซึ่งเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Governor) ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครับ
มิแรนถือเป็นกรรมการ Fed สาย Dovish (สายพิราบ) ที่สุดโต่งที่สุดในคณะกรรมการชุดนี้ โดยสรุปประเด็นสำคัญจากการสัมภาษณ์ล่าสุด (มกราคม 2026) มีดังนี้ครับ:
1. การลดอัตราดอกเบี้ย 1.5%
-
มิแรนระบุว่าเขาคาดหวังจะเห็นการลดดอกเบี้ยประมาณ 1.5% ในปี 2026 (เขาใช้คำว่า “Well over 100 basis points”)
-
เหตุผล: เขามองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน (ที่ประมาณ 3.50% – 3.75%) นั้น “ตึงตัวเกินไป (Restrictive)” และกำลังฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
-
มุมมองนี้ ขัดแย้งอย่างรุนแรง กับกรรมการ Fed ส่วนใหญ่ (เช่น Neel Kashkari และ Tom Barkin) ที่มองว่าดอกเบี้ยตอนนี้อยู่ใกล้ระดับ “เป็นกลาง (Neutral)” แล้ว และผลสำรวจ Dot Plot ของ Fed ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% (1 ครั้ง) เท่านั้นในปี 2026
2. การเพิ่มการจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่งโดยไม่เกิดเงินเฟ้อ
-
มิแรนเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีขีดความสามารถที่จะรองรับการจ้างงานเพิ่มได้อีกถึง 1 ล้านตำแหน่ง หากมีการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
-
เขามั่นใจว่าการเพิ่มจ้างงานนี้ จะไม่ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเขามองว่าเงินเฟ้อพื้นฐานในปัจจุบันเข้าใกล้ระดับเป้าหมาย 2% แล้ว และตัวเลขเงินเฟ้อที่เห็นว่าสูงก่อนหน้านี้เป็นเพียง “ความคลาดเคลื่อนทางสถิติ” ของภาคอสังหาริมทรัพย์ในอดีต
3. มุมมองเรื่อง “ภาษีนำเข้า (Tariffs)”
-
ในฐานะสถาปนิกผู้ออกแบบนโยบายภาษีให้ทรัมป์ มิแรนโต้แย้งว่าการขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์ ไม่ทำให้เกิดเงินเฟ้อ แต่จะช่วยให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งขัดกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่
สรุปสถานะของ Stephen Miran ใน Fed
-
วาระดำรงตำแหน่ง: เขามีวาระเป็นผู้ว่าการชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2026 นี้เท่านั้น (เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง) หลังจากนั้นเขามีแผนจะกลับไปรับตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (CEA) ในทำเนียบขาว
-
อิทธิพลต่อตลาด: คำพูดของเขาทำให้ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนค่าลงชั่วคราวเมื่อมีการแถลง เพราะตลาดมองว่าเป็นสัญญาณการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุก แต่เนื่องจากเขาเป็นเสียงข้างน้อยและกำลังจะหมดวาระ ตลาดจึงยังให้ความสำคัญกับถ้อยแถลงของ Jerome Powell มากกว่าครับ



