“คาดการณ์ราคา EUR/USD: ปรับฐานแกว่งตัวออกข้างในกรอบกว้างใต้เส้น 20-day EMA”
-
คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวลดลงมาซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 1.1433 ในช่วงเซสชันยุโรปวันอังคาร ท่ามกลางแรงหนุนที่ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยของดอลลาร์สหรัฐ (USD Index ซื้อขายแถว 100.92) ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังชะลอการซื้อขายเพื่อจับตาดูรายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes) ประจำเดือนมิถุนายนในวันพุธนี้ เพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดผู้กำหนดนโยบายจึงยุติการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า (Forward Guidance) ขณะเดียวกันฝั่งธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็นำโดย Emmanuel Moulin สมาชิกสภาบริหารและผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสคนใหม่ ได้ออกมาส่งสัญญาณในทิศทางเดียวกันว่าจะไม่มีการทำ Forward Guidance และจะตัดสินใจนโยบายการเงินเป็นรายครั้ง (Meeting-by-Meeting)
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์เชิงลึก (Market Insights)
1. ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Drivers)
-
นโยบาย “Regime Change” และการปิดปากเงียบของ Kevin Warsh: ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ที่รอปัจจัยใหม่ หลังจากประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh ได้ระบุในการประชุมครั้งที่ผ่านมาว่านโยบายส่งสัญญาณล่วงหน้า หรือ “Forward Guidance” ไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอีกต่อไป ตลาดจึงคาดหวังว่ารายงาน FOMC Minutes ในวันพุธนี้จะเผยให้เห็นรายละเอียดเบื้องหลังการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เชิงคุมเข้ม (Hawkish Twist) และกรอบเวลาในการจัดการเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อจากแรงกดดันของราคาน้ำมันและภูมิรัฐศาสตร์ในช่องแคบฮอร์มุซ
-
ECB เดินตามรอยเฟด ยุติความชัดเจนทางนโยบาย: ฝั่งยูโร (EUR) ขาดแรงกระตุ้นใหม่หลังจากการประชุมเศรษฐกิจที่ Aix-en-Provence ซึ่ง Emmanuel Moulin (ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2026) ปฏิเสธที่จะให้เบาะแสเกี่ยวกับการตัดสินใจในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยระบุชัดเจนว่า ECB ได้ยุติการทำ Forward Guidance แล้วเช่นกัน แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซนล่าสุดจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.1% และน้ำมันดิบเบรนท์ที่ย่อตัวลงมาก่อนหน้านี้จะช่วยลดแรงกดดันลง แต่ความไม่แน่นอนว่า ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือเลือกที่จะกดปุ่มพัก (Pause) ในเดือนนี้ ส่งผลให้ค่าเงินยูโรขาดทิศทาง (Sideways Bias)
-
ภาพรวมเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงเปราะบาง: ตัวเลขดัชนี Composite PMI ของยูโรโซนที่ประกาศออกมาล่าสุดปริ่มเกณฑ์ขยายตัวที่ 50.5 ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่พร้อมจะชะลอตัวลง หากธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินผิดพลาด
2. มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)
-
โครงสร้างสัญญานหมีใต้เส้น 20-day EMA: ในทางเทคนิค EUR/USD ยังคงถูกจำกัดการฟื้นตัวอย่างหนาแน่นใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โพเนนเชียล 20 วัน (20-day EMA) ที่ระดับ 1.1460 ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือเส้นนี้ได้ ภาพรวมระยะสั้นยังคงมีความเสี่ยงที่จะไหลลงต่อ (Lingering Downside Pressure)
-
โมเมนตัมฝั่งขายยังได้เปรียบ: ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ RSI (14) แกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 41.9 ซึ่งอยู่ใต้เส้นกึ่งกลาง 50 ยืนยันว่าตลาดยังคงอยู่ในสภาวะสะสมพลังฝั่งลบ (Bearish Consolidation) มากกว่าการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
📈 ตารางสรุปแนวรับ – แนวต้าน (Support & Resistance)
| ระดับสำคัญ | ราคา (Price) | รายละเอียดทางเทคนิค / นัยสำคัญ |
| แนวต้าน 2 | 1.1500 |
แนวต้านจิตวิทยาหลัก (จุดเปลี่ยนเทรนด์หากผ่านไปได้) |
| แนวต้าน 1 | 1.1460 |
เส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA / ด่านสกัดแรงฟื้นตัวระยะสั้น |
| ราคาปัจจุบัน | 1.1433 |
(ซื้อขายผันผวนในกรอบแคบช่วงเซสชันยุโรป) |
| แนวรับ 1 | 1.1330 |
จุดต่ำสุดของปี 2026 (Yearly Low) / แนวรับหลักที่ห้ามหลุด |
| แนวรับ 2 | 1.1210 |
แนวรับโครงสร้างใหญ่ (ฐานราคาเดิมของวันที่ 29 พฤษภาคม 2025) |
🎯 บทสรุปสำหรับนักเทรด (Trader’s Conclusion)
“ราคาแกว่งออกข้างรอรายงานเฟด กลยุทธ์เล่นในกรอบ หรือเด้ง Sell ใต้ 1.1460”
ตลาดสกุลเงินหลักกำลังเข้าสู่ภาวะสุญญากาศเนื่องจากทั้งเฟดและ ECB ต่างเลือกที่จะไม่บอกทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะ Wait & See เพื่อรอดูตัวเลขจริงในรายงาน FOMC Minutes คืนวันพุธ
กลยุทธ์ฝั่ง Sell (Short): เนื่องจากแนวโน้มหลักยังอยู่ใต้เส้น 20-day EMA การเปิดสถานะ Sell เมื่อราคาฟื้นตัวขึ้นทดสอบโซน
1.1450 - 1.1460แล้วไม่ผ่าน จึงเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยตั้ง Stop Loss ไว้เหนือระดับ1.1480เพื่อทำกำไรระยะสั้นที่เป้าหมายแรก1.1380และเป้าหมายถัดไปที่1.1330กลยุทธ์ฝั่ง Buy (Long): ควรรอให้ราคาปรับฐานลงไปทดสอบแนวรับใหญ่ที่เป็นจุดต่ำสุดของปีแถว
1.1330แล้วมีแรงซื้อกลับหนาแน่น หรือในอีกกรณีคือต้องรอให้ราคาดีดทะลุยืนเหนือ1.1460อย่างมั่นคง เพื่อเก็งกำไรตามน้ำ (Follow Buy) ไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ระดับจิตวิทยา1.1500



