เศรษฐกิจไทย และ สวิสเซอร์แลนด์ อยู่ในภาวะเศรษฐกิจโตช้า และ การดำเนินนโยบายการเงินที่คล้ายกัน
หากมองในแง่ของ “ตัวเลขพื้นฐาน” เศรษฐกิจไทยกับสวิตเซอร์แลนด์มีความแตกต่างกันอย่างมหาศาลครับ (เช่น รายได้ต่อหัวของสวิสฯ สูงกว่าไทยกว่า 14 เท่า)
แต่ถ้าคุณหมายถึง “บรรยากาศหรือสัญญาณทางเศรษฐกิจ” ในช่วงต้นปี 2026 นี้ มีบางจุดที่น่าสนใจซึ่งทำให้ทั้งสองประเทศมีสถานะที่ “คล้ายกัน” ในเชิงกลยุทธ์และปัญหาเฉพาะหน้า
พิจารณาข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าสุดในช่วงต้นปี 2026 พบว่าข้อสังเกตของคุณมีความน่าสนใจและถูกต้องในหลายมิติ โดยเฉพาะในแง่ของ “สภาวะการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพ” และ “นโยบายการเงินที่ติดเพดานล่าง” ซึ่งทั้งไทยและสวิตเซอร์แลนด์กำลังเผชิญสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อครับ
1. ภาวะเศรษฐกิจโตช้า (Stagnation)
ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญกับการคาดการณ์ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำอย่างน่ากังวลในปี 2026:
-
ไทย: คาดการณ์ GDP อยู่ที่เพียง 1.5% – 1.6% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ (ไม่นับช่วงวิกฤต) โดยได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและปัญหาเชิงโครงสร้าง (สังคมสูงวัย, หนี้ครัวเรือนสูง)
-
สวิตเซอร์แลนด์: ธนาคารกลางสวิส (SNB) คาดการณ์ GDP ปี 2026 ไว้ที่เพียง 1% เนื่องจากอุตสาหกรรมหลัก (เช่น ยาและเคมีภัณฑ์) ชะลอตัวลง และได้รับผลกระทบจากอุปสงค์โลกที่ลดลง
2. นโยบายการเงินที่คล้ายกัน: “ติดเพดานล่างและระมัดระวัง”
ธนาคารกลางของทั้งสองประเทศ (ธปท. และ SNB) กำลังดำเนินนโยบายในทิศทางที่เรียกว่า “Expansionary but Cautious” (ผ่อนคลายแต่ระมัดระวัง):
-
ดอกเบี้ยระดับต่ำพิเศษ: * สวิตเซอร์แลนด์ (SNB): คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0% ในเดือนธันวาคม 2025 และมกราคม 2026 เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ต่ำจนเกือบติดลบ (0.1%) และพยายามหลีกเลี่ยงการกลับไปใช้ “ดอกเบี้ยติดลบ” อีกครั้ง
-
ไทย (ธปท.): แม้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะสูงกว่า (คาดการณ์ปรับลดสู่ระดับ 1.00% – 1.25% ในปี 2569) แต่ ธปท. ย้ำว่าต้องรักษา “Policy Space” หรือพื้นที่ในการดำเนินนโยบายไว้รับมือความเสี่ยงในอนาคต ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย (ประมาณ 0.59%)
-
-
การจัดการค่าเงิน: ทั้งคู่กังวลเรื่องการแข็งค่าของเงิน (THB และ CHF) ที่กระทบการส่งออก แต่ก็ระมัดระวังที่จะไม่เข้าแทรกแซงโดยตรงมากเกินไปเพื่อเลี่ยงข้อครหาจากคู่ค้าอย่างสหรัฐฯ
3. ปัจจัยเสี่ยงร่วม: “Trump 2.0 และสงครามการค้า”
ทั้งไทยและสวิสฯ เป็นประเทศเปิด (Small Open Economy) ที่พึ่งพารายได้จากภายนอกสูง:
-
สวิตเซอร์แลนด์: กังวลเรื่องกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของนาฬิกา ยา และเครื่องจักร
-
ไทย: เผชิญความเสี่ยงจากนโยบาย “America First” ที่อาจทำให้การส่งออกไทยหดตัวถึง 1.5% ในปี 2026
ตารางเปรียบเทียบตัวเลขเศรษฐกิจคาดการณ์ปี 2026
| ตัวบ่งชี้ (Forecast 2026) | ไทย (Thailand) | สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) |
| GDP Growth | 1.6% (ต่ำสุดในอาเซียน) | ~1.0% (ชะลอตัวจากปีก่อน) |
| ดอกเบี้ยนโยบาย | 1.00% – 1.25% | 0% |
| เงินเฟ้อ (Inflation) | ~0.6% (เสี่ยงภาวะเงินฝืด) | 0.3% (ต่ำกว่าเป้าหมายมาก) |
| สถานะค่าเงิน | บาทแข็งค่า (กระทบส่งออก) | ฟรังก์แข็งค่า (Safe-haven flows) |
สรุป: แม้ระดับรายได้จะต่างกัน แต่ทั้งไทยและสวิสฯ ในปี 2026 ต่างกำลัง “ติดหล่ม” ของการเติบโตที่ต่ำและการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจนเกือบสุดทาง (Near-zero rates) เพื่อประคองเศรษฐกิจจากลมพัดแรงภายนอกครับ





