สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ณ วันที่ 9 มกราคม 2569 (2026) เข้าสู่ภาวะวิกฤตที่ร้อนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยมีจุดปะทุใหม่จากเหตุการณ์ประท้วงภายในอิหร่านและการขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอื่น ดังนี้ครับ:
1. ชนวนเหตุ: “ม็อบค่าเงิน” และการปราบปรามในอิหร่าน
-
การประท้วงวงกว้าง: ประชาชนชาวอิหร่านออกมาประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ในกว่า 100 เมืองทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อเศรษฐกิจที่พังทลายและค่าเงินเรียลอิหร่านที่ร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติศาสตร์ (ประมาณ 1.4 ล้านเรียลต่อดอลลาร์)
-
ความรุนแรง: มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 34-45 ราย (รวมถึงเด็ก) และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 2,200 คน รัฐบาลอิหร่านสั่งตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเพื่อควบคุมสถานการณ์
2. ท่าทีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” (Locked and Loaded)
-
คำเตือนสุดท้าย: ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด และ “พร้อมโจมตีรุนแรง (Hit very hard)” หากทางการอิหร่านเริ่มสังหารผู้บริโภคหรือผู้ประท้วงที่ปราศจากอาวุธ
-
คำสัญญา “Rescue”: ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะเข้าไป “ช่วยเหลือ (Rescue)” ประชาชนอิหร่าน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจมีการใช้กำลังทหารแทรกแซง
3. การตอบโต้จากอิหร่าน (The Red Line)
-
ขู่โจมตีก่อน (Pre-emptive Strike): ผู้บัญชาการกองทัพบกอิหร่านออกมาสวนกลับทันควันว่า อิหร่านอาจตัดสินใจ “ชิงโจมตีสหรัฐฯ ก่อน” เพื่อป้องกันตนเองหากถูกคุกคาม พร้อมย้ำว่าความมั่นคงของชาติคือ “เส้นสีแดง” ที่สหรัฐฯ ห้ามก้าวข้าม
-
ข้อกล่าวหาแทรกแซง: รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการยุยงให้เกิดจลาจลในครั้งนี้
4. บริบทการเมืองโลกที่เชื่อมโยงกัน
สถานการณ์นี้ทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากความเชื่อมั่นของสหรัฐฯ หลังจากปฏิบัติการทางทหารในประเทศอื่น:
-
เวเนซุเอลา: กองกำลังสหรัฐฯ เพิ่งบุกจับกุมประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (พันธมิตรของอิหร่าน) ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ทรัมป์มั่นใจในการใช้อำนาจทหารมากขึ้น
-
กรีนแลนด์: ความตึงเครียดเรื่องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ทำให้ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับ NATO ตึงเครียด ซึ่งอิหร่านอาจใช้จังหวะนี้ในการหาพันธมิตรใหม่
⚠️ ผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์คืนนี้
-
ราคาน้ำมัน: มีโอกาสพุ่งสูงขึ้นหากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นจากการที่อิหร่านขู่ปิดช่องแคบเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ
-
ทองคำ: ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จะมีแรงซื้อเข้ามามหาศาลหากมีการปะทะกันทางทหารเกิดขึ้นจริง
-
ดอลลาร์สหรัฐ (USD): มักจะแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) แต่ต้องระวัง “คำตัดสินเรื่องภาษี” ในคืนนี้ด้วยครับ





