วิเคราะห์แนวรับราคาทองคำประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากเกิดการปรับฐานรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ (Flash Crash) โดยราคาทองคำโลก (Gold Spot) ร่วงลงจากจุดสูงสุดที่ $5,602 ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $4,680 (ลดลงกว่า $922) ภายในสัปดาห์เดียวครับ
นี่คือการเจาะลึกแนวรับสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในสัปดาห์ถัดไป (2-6 กุมภาพันธ์ 2569):
1. แนวรับสำคัญทางเทคนิค (Gold Spot)
จากการปิดตลาดเดือนมกราคมที่ระดับประมาณ $4,895 นักวิเคราะห์มองระดับแนวรับดังนี้:
-
แนวรับที่ 1: $4,834 – $4,850 เป็นด่านแรกที่ราคาต้องทรงตัวให้ได้ หากหลุดจุดนี้จะเกิดแรงเทขายทางจิตวิทยาอีกระลอก
-
แนวรับที่ 2: $4,780 – $4,788 (เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันในกรอบ 4H)
ถือเป็น “แนวรับยุทธศาสตร์” หากราคายืนเหนือจุดนี้ได้ จะยังคงรักษาโครงสร้างขาขึ้นในระยะยาวไว้ได้
-
แนวรับวิกฤต: $4,550 – $4,600 นี่คือจุดชี้ชะตา (Bullish Invalidation) หากราคาหลุด $4,550 เทรนด์ขาขึ้นของปี 2569 จะสิ้นสุดลงทันที และอาจเข้าสู่สภาวะตลาดหมี (Bear Market) ระยะยาว
2. คาดการณ์แนวรับทองคำแท่งไทย (96.5%)
สำหรับทองคำในประเทศ แนวรับจะขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทที่ผันผวนจากการแข็งค่าของดอลลาร์ (The Warsh Effect):
| ระดับราคา Spot (USD) | แนวรับทองไทยโดยประมาณ (บาท) | นัยสำคัญ |
| $4,850 | 74,200 – 74,500 | จุด “ช้อนซื้อ” รอบแรกสำหรับนักลงทุนระยะสั้น |
| $4,780 | 72,800 – 73,200 | แนวรับแข็งแกร่ง หากเงินบาทไม่แข็งค่าจนเกินไป |
| $4,600 | 70,000 – 70,500 | ปราการด่านสุดท้ายก่อนหลุด 7 หมื่นบาท |
3. มุมมองเชิงกลยุทธ์: “โอกาส” หรือ “หายนะ”?
-
ฝ่ายกระทิง (Bulls): Goldman Sachs และ J.P. Morgan ยังคงมองเป้าหมายปี 2569 ที่ $5,000 – $5,400 โดยมองว่าการร่วงครั้งนี้เป็นเพียงการ “สลัดคนลงจากรถ” (Washout) หลังจากที่ราคาพุ่งแรงเกินไป (Overheated)
-
ฝ่ายหมี (Bears): เตือนว่าหาก Kevin Warsh (ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่) ดำเนินนโยบายลดงบดุลของเฟดอย่างก้าวร้าว สภาพคล่องจะหายไปจากตลาดทองคำ และอาจกดดันราคาให้ซึมยาวได้
💡 สรุปคำแนะนำ
หากคุณเป็นนักลงทุนระยะยาว การปรับฐานลงมาที่โซน $4,680 – $4,850 ถือเป็นจุด “เข้าสะสม” (Buy on Dip) ที่น่าสนใจมากที่สุดครั้งหนึ่งของปี แต่สำหรับผู้เล่นระยะสั้น แนะนำให้รอการสร้างฐานที่ชัดเจนแถว $4,780 และระวังความผันผวนจากการประกาศตัวเลขจ้างงาน (NFP) ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ครับ





