“ราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังความไม่แน่นอนของข้อตกลงหยุดยิงอิหร่านหนุนความต้องการดอลลาร์ ท่ามกลางการคาดการณ์ดอกเบี้ยเชิงรุกของเฟด“
-
ทองคำเจอแรงเทขายซ้ำ: ราคาทองคำ (XAU/USD) เผชิญกับแรงเทขายรอบใหม่ในช่วงเซสชันเอเชีย โดยราคาติดอยู่แถวโซน $4,246 – $4,247 สกัดกั้นแรงรีบาวด์อย่างแข็งแกร่งจากเมื่อวาน ส่งผลให้ภาพรวมของราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางดิ่งลงและเตรียมปิดตลาดแดนลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
-
ดีลคว่ำ? สัญญาณขัดแย้งจากอิหร่าน: แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศว่าดีลกับอิหร่านจบแล้วและเตรียมลงนามในสุดสัปดาห์นี้ แต่ความหวังก็พังลงอย่างรวดเร็วเมื่อกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านและสำนักข่าว Fars รายงานว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน “โมจตาบา คาเมเนอี” (Mojtaba Khamenei) ยังไม่ได้อนุมัติร่างข้อตกลงนี้ โดยระบุว่าประเด็นสำคัญอย่างเรื่องสิทธิ์การเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซและปัญหาเงินทุนที่ถูกอายัดยังไม่ได้รับการแก้ไข
-
สถานการณ์จริงยังดุเดือด: มีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงสกัดโดรนโจมตีของอิหร่าน 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ หลังพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ ความไม่แน่นอนนี้ดันให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทันที
-
เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งต่อ หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย: ตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ออกมาบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อเริ่มกลับมาเร่งตัวขึ้น (Re-accelerating) ซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นตามความเสี่ยงในช่องแคบ ยิ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟด (ภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช) อาจจำเป็นต้อง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปี 2026 ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเองอย่างทองคำถูกลดความน่าสนใจลง
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ภาพรวมตลาดทองคำในสัปดาห์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยสองปัจจัยหลักที่ทำลายโครงสร้างราคาฝั่งขาขึ้นอย่างสมบูรณ์:
-
“สับขาหลอก” สไตล์ทรัมป์: นักวิเคราะห์ระบุว่านี่เป็นครั้งที่ 30 กว่าแล้วที่ทรัมป์อ้างว่าดีลสงครามใกล้จะจบ ซึ่งตลาดเริ่มเบื่อหน่ายกับ “ข่าวลือ” และหันมาโฟกัสสถานการณ์ตึงเครียดหน้างานจริง รวมถึงท่าทีปฏิเสธที่แข็งกร้าวของ โมจตาบา คาเมเนอี ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง
-
ความเสี่ยงนโยบายเฟดลากยาว (Higher for Longer / Rate Hike Bets): ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และดัชนีราคาผู้บริโภคที่ร้อนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนสถาบันประเมินว่า เฟดอาจจำเป็นต้องทิ้งนโยบายผ่อนคลาย (Drop the easing bias) และกลับมาใช้นโยบายแบบตึงตัวเพื่อสกัดเงินเฟ้อพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะยาว
📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิคที่ต้องเฝ้าระวัง (XAU/USD)
ในทางเทคนิค กราฟราคาทองคำรายวันเคลื่อนไหวอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (200-day SMA) สะท้อนภาพรวมโครงสร้าง “ขาลงใหญ่” (Bearish Trend) อย่างชัดเจน โดยการดีดตัวเมื่อคืนนี้เป็นเพียงการดีดเพื่อเคลียร์แรงขายระยะสั้น (Short-covering) เท่านั้น
-
แนวต้าน (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
$4,229 - $4,250(โซนระดับกึ่งกลางแนวต้านจิตวิทยา และระดับ Fibonacci 23.6% ซึ่งราคาพยายามทดสอบแต่ยังไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคงในกราฟรายวัน) -
แนวต้านที่ 2:
$4,355(แนวระดับ Fibonacci 38.2%) -
แนวต้านที่ 3:
$4,450(ด่านแข็งแกร่งของเส้นค่าเฉลี่ย 200-day SMA)
-
-
แนวรับ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
$4,100 - $4,098(โซนแนวรับเดิมที่เป็นจุดต่ำสุดของรอบก่อนหน้า) -
แนวรับที่ 2:
$4,026(จุดต่ำสุดของรอบแกว่งตัวปัจจุบัน (Swing Low) หากกราฟหลุดแนวนี้ลงไป ทองคำจะไหลลงต่อเนื่องสู่เป้าหมายใหญ่ที่ระดับจิตวิทยา$4,000ได้ทันที)
-
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“เทรนด์ขาลงยังได้เปรียบ – เน้นดัก Sell ขีดเส้นใต้ระวังความเสี่ยงวันหยุด”:
ทิศทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ชี้ไปในทางเดียวกันคือ ดอลลาร์แข็งค่า-กดดันทองคำ ตราบใดที่ราคาทองคำยังไม่สามารถทะลุและปิดกราฟวันเหนือโซน
$4,250ได้อย่างแข็งแกร่ง ภาพรวมยังพร้อมจะลงไปทดสอบฐานเดิมด้านล่างกลยุทธ์การเทรดในวันศุกร์นี้ แนะนำหาจังหวะเปิดสถานะ Sell (Short) เมื่อราคาดีดตัวเข้าใกล้โซน
$4,240 - $4,248โดยมีเป้าหมายทำกำไรสั้นๆ อยู่ที่กรอบ$4,150 - $4,100และตั้งจุดตัดขาดทุน (SL) เหนือ$4,265⚠️ เน้นย้ำปิดออเดอร์ก่อนตลาดปิด: เนื่องจากประเด็นเรื่อง “สัญญาสันติภาพ” คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ ไม่ว่าจะออกหน้า “ดีลล่ม” (ทองเด้งพุ่งกระฉูด) หรือ “ดีลสำเร็จ” (ทองดิ่งเหวรุนแรง) ตลาดจะเปิดกระโดดเป็น Gap ใหญ่ในเช้าวันจันทร์แน่นอน แนะนำให้ล้างพอร์ตว่าง (Clear positions) ก่อนจบวันศุกร์นี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ




