“ราคาทองคำทรงตัวต่ำกว่าสถิติสูงสุดประวัติศาสตร์ นักลงทุนจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ เพื่อหาทิศทางใหม่”
สรุปสถานการณ์ราคาทองคำ (XAU/USD) ประจำวันที่ 22 มกราคม 2569 ซึ่งราคากำลังอยู่ในช่วง “พักตัว” หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวานนี้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
1. การพักฐานหลังจากทำ New High (Record High Retreat)
-
ราคาในตลาดโลก (Spot Gold): เคลื่อนไหวทรงตัวอยู่ในกรอบ $4,820 – $4,836 ต่อออนซ์ หลังจากที่เพิ่งพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time High) ที่ระดับ $4,887.82 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
-
ราคาทองในประเทศ (96.5%): วันนี้ราคาปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 71,500 บาท (ต่อบาททองคำ) หลังจากที่เมื่อวานนี้สร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่บริเวณ 71,950 บาท
2. ปัจจัยที่ทำให้ราคาทรงตัว (Key Drivers)
-
ท่าทีของทรัมป์ (Trump’s U-turn): การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอยเกณฑ์ภาษีต่อยุโรปและยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทหารในประเด็นเกาะกรีนแลนด์ ทำให้ความกังวลเรื่องสงครามโลกหรือความขัดแย้งรุนแรงลดลง นักลงทุนจึงลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน
-
ความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ Fed: ข่าวเรื่องที่ทรัมป์อาจแทรกแซงการทำงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการเลือกประธาน Fed คนใหม่ ยังคงสร้างความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นปัจจัยที่คอย “พยุง” ไม่ให้ราคาทองคำร่วงลงแรงเกินไป
-
การรอคอยตัวเลข PCE (The Big Catalyst): ตลาดกำลังเข้าสู่โหมด “รอดูเชิง” (Wait-and-see) ก่อนการประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Core PCE) คืนนี้เวลา 20:30 น. ซึ่งเป็นตัววัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญที่สุด
📈 วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค (Technical Levels)
| ระดับราคา (Spot) | ความสำคัญเชิงเทคนิค |
| $4,887 – $4,900 | แนวต้านสำคัญ: หากทะลุผ่านจุดสูงสุดเดิมนี้ได้ เป้าหมายถัดไปคือระดับจิตวิทยาที่ $5,000 |
| $4,827 | ราคาปัจจุบัน: จุดศูนย์กลางการซื้อขายในวันนี้ (Pivot Point) |
| $4,790 – $4,805 | แนวรับแรก: หากหลุดระดับ $4,800 อาจเห็นแรงเทขายทำกำไรต่อเนื่อง |
| $4,754 | แนวรับหลัก: จุด Fibonacci 38.2% ที่นักลงทุนระยะยาวใช้รอสะสมของ |
📊 คาดการณ์จากสถาบันการเงินชั้นนำ (2026 Outlook)
-
Goldman Sachs: ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ $5,400 ต่อออนซ์ โดยอ้างถึงการกระจายทุนสำรองของธนาคารกลางต่างประเทศ4
-
J.P. Morgan: คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $5,055 ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้5





