ทรัมป์ขู่ปิดล้อมจนอุตสาหกรรมน้ำมันอิหร่าน “ระเบิด” ในสัปดาห์นี้—ทำไมเรื่องนั้นถึง (ยัง) ไม่เกิดขึ้น
วันที่ 2 พฤษภาคม 2026
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะเกิดการ “ระเบิด” เนื่องจากน้ำมันดิบถูกกักเก็บไว้จนล้นระบบจากการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าคำพูดดังกล่าวอาจเป็นการประเมินที่เร็วเกินไป เนื่องจากอิหร่านมีการเตรียมพร้อมรับมือที่รัดกุมกว่าที่คิด
ข้อมูลเชิงลึกจากตลาด (Market Insights)
-
คลังเก็บน้ำมันคือ “เกราะกำบัง”: แม้ทรัมป์จะบอกว่าอิหร่านมีเวลาเหลือเพียง 3 วัน แต่ Fernando Ferreira จาก Rapidan Energy ระบุว่าอิหร่านได้เตรียมตัวสำหรับการปิดล้อมมาอย่างดี โดยมีถังเก็บน้ำมันบนบกและคลังน้ำมันลอยน้ำ (บนเรือบรรทุกน้ำมัน) ที่สามารถรองรับน้ำมันได้นานถึง 26 – 76 วัน หากมีการลดกำลังการผลิตอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้แหล่งน้ำมันได้รับความเสียหายถาวร
-
ความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล: เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยกับ CNBC ว่า อิหร่านกำลังสูญเสียรายได้กว่า 500 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เนื่องจากการส่งออกน้ำมันลดลงจาก 2.1 ล้านบาร์เรล เหลือเพียงราว 5.6 แสนบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังมีน้ำมันอีกกว่า 120 ล้านบาร์เรล ที่อยู่นอกเขตปิดล้อมและสามารถส่งไปขายให้จีนได้ ซึ่งอาจช่วยยื้อรายได้ไปได้อีกราว 2 เดือน
-
สงครามความอึด (War of Attrition): คำถามสำคัญคือ “ใครจะมีสายป่านยาวกว่ากัน” ระหว่างทรัมป์ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์โดยเร็ว กับอิหร่านที่พร้อมจะอดทนเพื่อรอดูความเสียหายของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งสถานการณ์ลากยาว แรงกดดันจะยิ่งกลับไปตกอยู่ที่สหรัฐฯ จากราคาน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้น
-
นโยบาย Fed ในมุมมองใหม่: Jerome Powell ประธานเฟด ระบุว่าผลกระทบจากสงครามต่อสหรัฐฯ นั้นน้อยกว่าภูมิภาคอื่นทั่วโลก แต่หากราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงต่อเนื่องเพราะความเดดล็อกนี้ เฟดอาจจำเป็นต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์ (USD)





