สรุปคำแถลงของ คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ณ งาน World Economic Forum (Davos) เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 เกี่ยวกับผลกระทบของภาษีศุลกากรใหม่ต่อภาวะเงินเฟ้อ ดังนี้ครับ:
1. ภาษีศุลกากรอาจกระตุ้นเงินเฟ้อในระยะสั้น
-
แรงกดดันด้านราคา: ลาการ์ดระบุว่ามาตรการภาษีศุลกากรใหม่ (โดยเฉพาะจากฝั่งสหรัฐฯ กรณีข้อพิพาทเกาะกรีนแลนด์) อาจส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในลักษณะ “ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย” (Likely Upwards) ในระยะสั้น เนื่องจากต้นทุนสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นจะถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภค
-
ความไม่แน่นอนคือศัตรูหลัก: เธอย้ำว่าสิ่งที่น่ากังวลมากกว่าตัวเลขภาษีคือ “ความไม่แน่นอนที่กลับมาอีกครั้ง” (Uncertainty is back) ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจทั้งในสหรัฐฯ และยุโรปคำนวณต้นทุนและวางแผนการลงทุนได้ยากลำบาก
2. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรป
-
เยอรมนีเสี่ยงหนักสุด: ลาการ์ดวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีรุนแรงกว่าฝรั่งเศส เนื่องจากเยอรมนีพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในสัดส่วนที่สูงมาก
-
เงินเฟ้อยังอยู่ในการควบคุม: แม้ภาษีจะทำให้ราคาพุ่งขึ้นบ้าง แต่ลาการ์ดเชื่อว่าผลกระทบโดยรวมจะ “จำกัด” (Minimal) เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนถูกควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำใกล้เป้าหมายที่ 1.9% – 2.0% แล้ว
3. ข้อเสนอแนะและการเตรียมความพร้อม
-
ยกเครื่องเศรษฐกิจยุโรป: ข้อพิพาททางการค้าครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ยุโรปต้อง “ทบทวนโครงสร้างเศรษฐกิจเชิงลึก” โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการจัดการงบประมาณภาครัฐให้เข้มแข็งขึ้น
-
จุดยืนของ ECB: ลาการ์ดยืนยันว่า ECB กำลัง “เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด” (On Alert) และมีสถานะทางการเงิน (Monetary Position) ที่ดีพอจะรับมือกับความผันผวน แต่ยุโรปจะแข็งแกร่งกว่านี้หากสามารถยกเลิกกำแพงทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff barriers) ภายในกลุ่ม EU เองได้
📈 สรุปเปรียบเทียบมุมมอง (Lagarde vs. Market)
| หัวข้อ | มุมมองของ Lagarde (21 ม.ค. 69) | ปฏิกิริยาตลาด (EUR/USD) |
| เงินเฟ้อ | พุ่งขึ้นสั้นๆ แต่ไม่กระทบเป้าหมายระยะยาว | ทรงตัวระดับสูงใกล้ 1.1710 – 1.1730 |
| นโยบายดอกเบี้ย | ยังคง “Predictable” (คาดเดาได้) | ตลาดคาดว่า ECB จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% |
| ความสัมพันธ์การค้า | ความเชื่อมั่นถูกทำลาย (Trust undermined) | ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากความกังวล “Trade War” |





