“ความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจที่เคยขับเคลื่อนเยอรมนี บัดนี้ได้กลายเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดแล้ว”
ประเทศที่เคยเป็นผู้นำด้านการส่งออกของโลก กำลังติดหล่มการเติบโตที่หยุดนิ่งมาตั้งแต่ก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
โมเดลเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกของเยอรมนี (Export-Driven Model) กำลังเผชิญกับมรสุมเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในทศวรรษนี้ ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2026 สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ifo และกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2026 ลงมาเหลือเพียง 0.5% – 0.8% เท่านั้น ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา (Stagnation) อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเชิงลึกดังนี้:
-
วิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน (Energy Shock): รอยแผลเก่าจากการขาดแคลนก๊าซราคาถูกจากรัสเซียยังไม่ทันหาย เยอรมนีต้องมาเผชิญกับผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางรอบใหม่ในปี 2026 ที่ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดขัด ดันให้ราคาพลังงานนำเข้าพุ่งสูงขึ้น คาดว่าเยอรมนีต้องสูญเสียกำลังซื้อไปมากกว่า 3.4 หมื่นล้านยูโร และทำให้อัตราเงินเฟ้อในปี 2026 ดีดตัวขึ้นสู่ 2.9% บีบให้ต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมหนักในประเทศอยู่ในระดับที่แข่งขันยาก
-
เมื่อ ‘จีน’ เปลี่ยนจากลูกค้ามาเป็นคู่แข่ง: ในอดีต ความเปิดกว้างทางการค้าทำให้เยอรมนีส่งออกเครื่องจักรและรถยนต์ระดับพรีเมียมไปจีนมหาศาล แต่ปัจจุบันแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนได้รุกคืบกินส่วนแบ่งทางการตลาดโลก และสร้างการแข่งขันที่รุนแรงจนยอดส่งออกของเยอรมนีติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตัวเลขดุลการค้าเยอรมนีเปลี่ยนเป็น “ขาดดุลให้กับจีน” อย่างชัดเจน
-
การเมืองและกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ: นโยบายกีดกันทางการค้าและกำแพงภาษีจากฝั่งสหรัฐฯ (US Tariffs) ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ยิ่งซ้ำเติมภาคการส่งออกอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งคิดเป็น 17% ของยอดส่งออกทั้งหมดของเยอรมนี ให้กลับไปอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดถึง 11%
📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญของสกุลเงินยูโร (EUR/USD)
ภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอของเยอรมนีเป็นปัจจัยลบหลักที่กดดันค่าเงินยูโร (EUR) ในระยะยาว ประกอบกับสภาวะ Risk-off จากข่าวสงครามในตะวันออกกลางช่วงสุดสัปดาห์นี้
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
1.1350(ฐานรับสำคัญทางจิตวิทยาประจำสัปดาห์) -
แนวรับที่ 2:
1.1280(กรอบล่างของแนวโน้มขาลงระยะสั้น) -
แนวรับที่ 3:
1.1200(แนวรับใหญ่ระดับปีในไทม์เฟรม Weekly)
-
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
1.1380 - 1.1400(โซนปะทะแรกที่หนาแน่นไปด้วยแรงเทขาย) -
แนวต้านที่ 2:
1.1450(เส้นค่าเฉลี่ยระยะกลาง 50-day EMA) -
แนวต้านที่ 3:
1.1520(ระดับไฮเดิมที่ผ่านยากหากไม่มีปัจจัยบวกใหม่)
-
📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Market Executive Summary: เยอรมนีกำลังเผชิญกับภาวะ “Stagflation” (เศรษฐกิจหยุดนิ่งแต่เงินเฟ้อสูง) จากปัจจัยภายในคือกำลังแรงงานที่หดตัวจากสังคมผู้สูงอายุ และปัจจัยภายนอกคือต้นทุนพลังงานและการพึ่งพาตลาดโลกที่สูงเกินไป เมื่อประกอบกับสถานการณ์สงครามในอ่าวเปอร์เซียระลอกล่าสุดช่วงสุดสัปดาห์นี้ ยิ่งเป็นสารเร่งให้เกิดการไหลออกของเงินทุนจากฝั่งยุโรปเข้าสู่ฝั่งดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง
กลยุทธ์การเทรด: สำหรับคู่เงินหลัก EUR/USD ทิศทางหลักยังคงเป็น “ขาลง (Bearish Bias)” อย่างชัดเจน แนะนำกลยุทธ์ “เด้ง Sell” (Sell on Rallies) โดยรอจังหวะที่ราคาฟื้นตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้านบริเวณ
1.1380 - 1.1400แล้วเริ่มหมดแรงย่อตัวลงมา ให้เปิดสถานะ Sell EUR โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่1.1350และเป้าหมายถัดไปที่1.1280ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะ Buy สวนเทรนด์เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจฝั่งยุโรปยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่แข็งแกร่งพอ



