WTI ร่วงลงใกล้ $63.20: จับตาแผนเพิ่มกำลังผลิต OPEC+ และการเจรจาเจนีวาสุดระทึก
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงหลังจากพุ่งขึ้นกว่า 1.5% เมื่อวานนี้ โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $63.50 ต่อบาร์เรลในช่วงเซสชันเอเชีย เนื่องจากตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความกังวลอุปทานล้นตลาด” กับ “ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์”
1. ปัจจัยกดดันด้านอุปทาน (Bearish Factors)
-
OPEC+ เตรียมเพิ่มกำลังผลิต: มีรายงานว่ากลุ่ม OPEC+ กำลังพิจารณากลับมาเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน เมษายน 2026 เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่พุ่งสูงในช่วงฤดูร้อน หลังจากที่ระงับการเพิ่มกำลังผลิตมา 3 เดือน
-
ปริมาณการซื้อขายเบาบาง: ตลาดหลักในเอเชีย (จีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์, ไต้หวัน, เกาหลีใต้) ปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทำให้ขาดแรงขับเคลื่อนในตลาดภูมิภาค
2. ปัจจัยหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Bullish Factors)
-
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: อิหร่านทำการซ้อมรบทางเรือในพื้นที่ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญถึง 20% ของโลก เพื่อตอบโต้การส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองของสหรัฐฯ เข้าสู่ภูมิภาค
-
การเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา (เริ่มวันนี้): การเจรจารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเกิดขึ้น ณ กรุงเจนีวา โดยมีตัวแทนสำคัญอย่าง Steve Witkoff และ Jared Kushner เข้าร่วม
-
จุดที่ต้องตาม: อิหร่านเสนอจะลดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแลกกับการยกเลิกคว่ำบาตรทางการเงินทั้งหมด
-
-
การเจรจารัสเซีย-ยูเครน (เริ่มวันนี้): สหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพที่เจนีวาเช่นกัน แม้ตลาดจะยังกังขาว่าจะมีข้อสรุปที่รวดเร็วหรือไม่ แต่หากมีความคืบหน้า อาจส่งผลต่อการกลับมาของน้ำมันรัสเซียในตลาดโลก
บทวิเคราะห์และแนวโน้มราคา
| ระดับราคาสำคัญ | ความหมายทางเทคนิค |
| แนวต้าน $65.50 – $66.00 | โซนต้านแข็งแกร่ง หากการเจรจาเจนีวาล้มเหลวและเกิดการปะทะ ราคาอาจพุ่งทะลุจุดนี้ |
| แนวรับ $62.80 – $63.00 | หาก OPEC+ ยืนยันเพิ่มกำลังผลิต และความตึงเครียดคลี่คลาย ราคาอาจร่วงลงทดสอบระดับนี้ |
มุมมอง : ราคาน้ำมันในวันนี้เปรียบเสมือน “ความสงบก่อนพายุ” (Calm before the storm) ผลการเจรจาที่เจนีวาในอีก 24-48 ชั่วโมงข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดว่า WTI จะพุ่งไปหา $70 หรือร่วงลงไปที่ $60 ครับ





