WTI ทรงตัวใกล้ $95.00 หลังออสเตรเลียประกาศระบายน้ำมันสำรองสู้ศึกสงครามอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate) เคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวและปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับประมาณ $95.40 ต่อบาร์เรล หลังจากที่ก่อนหน้านี้พุ่งสูงทะลุ $100 จากความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากมาตรการเพิ่มอุปทานของประเทศมหาอำนาจครับ
1. ออสเตรเลียขยับ! ระบายน้ำมัน 762 ล้านลิตร
-
มาตรการฉุกเฉิน: รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของออสเตรเลียประกาศในวันนี้ (ศุกร์ที่ 13 มีนาคม) ว่าจะระบายน้ำมันเชื้อเพลิง (เบนซินและดีเซล) ปริมาณสูงสุดถึง 762 ล้านลิตร จากคลังสำรองในประเทศ
-
ผ่อนปรนกฎเกณฑ์: รัฐบาลยังได้สั่งลดภาระผูกพันในการสำรองน้ำมันขั้นต่ำลง 20% และลดมาตรฐานคุณภาพน้ำมันชั่วคราว (อนุญาตให้มีซัลเฟอร์สูงขึ้น) เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศและลดแรงกดดันด้านราคา
-
รับมือ Supply Shock: มาตรการนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ภาวะขาดแคลนพลังงานหลังจากสงครามในอิหร่านทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก
2. ภาพรวมตลาดโลกและการแทรกแซงจาก IEA
-
Coordinated Release: การขยับตัวของออสเตรเลียสอดคล้องกับแผนของ IEA ที่ประกาศระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวม 400 ล้านบาร์เรล (โดยเป็นของสหรัฐฯ 172 ล้านบาร์เรล) ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
-
สงครามยังกดดัน: แม้จะมีข่าวการระบายน้ำมัน แต่ราคา WTI ยังคงยืนเหนือระดับ $90 ได้อย่างเหนียวแน่น เนื่องจากอิหร่านขู่ว่าจะเปิดแนวรบใหม่หากสหรัฐฯ-อิสราเอลยังไม่หยุดโจมตี ทำให้ตลาดยังคงกังวลว่าปริมาณน้ำมันที่ระบายออกมาอาจไม่เพียงพอชดเชยส่วนที่หายไปจากตลาดโลกถึง 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน
3. วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Update – THAIFRX.COM)
-
แนวรับสำคัญ (Support): $92.00 และ $88.36 (หากหลุดแนวนี้อาจเห็นการพักฐานลึกไปที่ $81)
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance): $100.00 (แนวต้านจิตวิทยา) และ $102.25
-
มุมมอง: ตลาดอยู่ในสภาวะผันผวนสูง (High Volatility) แม้มาตรการระบายน้ำมันจะช่วยชะลอขาขึ้นได้บ้าง แต่ทิศทางหลักยังคงเป็น “Bullish Bias” ตราบใดที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย





