หน้าแรก บล็อก

ข้อมูลอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มหดตัวก่อนสงครามตะวันออกกลาง

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0


ข้อมูลมหภาคเช้านี้เป็นรายงานล่าสุดเพื่อวาดภาพเศรษฐกิจเยอรมนีก่อนสงครามในตะวันออกกลางจะเริ่มต้นขึ้น เป็นภาพของผู้บริโภคที่ไม่เต็มใจและลังเล แต่เป็นภาพของภาคการผลิตที่กำลังดิ้นรนเพื่อให้ได้โมเมนตัมเชิงบวก หลักฐานชิ้นเดียวที่ทำให้การเปรียบเทียบขวดซอสมะเขือเทศของเรายังคงอยู่คือข้อมูลคำสั่งซื้อทางอุตสาหกรรมของเมื่อวาน ซึ่งยืนยันว่าหนังสือสั่งซื้อในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศยังคงมีการเติมเต็ม อย่างน้อยก็ช่วยสนับสนุนมุมมองที่มีมายาวนานของเราว่ามาตรการกระตุ้นทางการคลังจะเข้าถึงเศรษฐกิจที่แท้จริงมากขึ้น

แม้ว่าการเริ่มต้นปีจะยุ่งยากกว่าที่คาดไว้ แต่สงครามหกสัปดาห์ในตะวันออกกลางกลับทำให้ภาพเลวร้ายลงอีกครั้ง สงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นได้เปิดโปงความจริงที่ว่าเยอรมนีเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าพลังงานสุทธิรายใหญ่ที่สุดของยุโรป การนำเข้าน้ำมันประมาณ 6% มาจากประเทศในตะวันออกกลาง สิ่งที่เรียกว่าอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมากในเยอรมนีคิดเป็นประมาณ 17% ของมูลค่าเพิ่มรวมทางอุตสาหกรรม และมีการจ้างงานเพียงไม่ถึงหนึ่งล้านคน

เป็นที่ยอมรับว่าปัจจุบันบริษัทขนาดใหญ่อาจยังคงป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น แต่ SMEs ไม่ได้เป็นเช่นนั้น และไม่มีการป้องกันความเสี่ยงต่อการขาดดุลน้ำมันจริง มีหลักฐานโดยสรุปเกี่ยวกับราคาแอสฟัลต์ที่เพิ่มขึ้นและความขัดแย้งด้านอุปทานที่จะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับในปี 2022 คลื่นเงินเฟ้อลูกแรกนี้ ตั้งแต่ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ไปจนถึงผลกระทบต่อการขนส่งและอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้น้ำมัน กำลังอยู่ในภาวะเต็มรูปแบบแล้ว ไม่เพียงกระทบต่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทกลุ่มแรกที่ไม่สามารถผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในทันทีเนื่องจากภาระผูกพันตามสัญญา นอกจากนี้ โปรดจำไว้ว่าในปี 2022 บริษัทที่ใช้พลังงานจำนวนมากได้ลดหรือหยุดการผลิตเนื่องจากราคาพลังงานที่สูงทำให้การผลิตไม่ประหยัด สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ปัจจุบันปริมาณสำรองก๊าซอยู่ในระดับต่ำสุดในช่วงเวลานี้ของปีในรอบห้าปี ซึ่งอาจกดดันต้นทุนสำหรับภาคธุรกิจและครัวเรือนในฤดูหนาวหน้า

โดยรวมแล้ว ข้อมูลมหภาคของเดือนกุมภาพันธ์แสดงให้เห็นว่าแม้จะไม่มีสงครามในตะวันออกกลาง แต่เศรษฐกิจของเยอรมนีก็ยังอยู่ในทิศทางที่หดตัวต่อไปอีกหนึ่งในสี่ ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น สงครามในตะวันออกกลาง ไม่ว่าการหยุดยิงที่ประกาศเมื่อวานนี้จะยั่งยืนเพียงใด จะทิ้งร่องรอยที่ชัดเจนให้กับเศรษฐกิจเยอรมนีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ว่าเราจะหวังที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวเศรษฐกิจดีๆ จากเยอรมนีในที่สุด มันก็เหมือนกับการรอรถไฟเยอรมันในปัจจุบัน: ล่าช้าอย่างแน่นอนและไม่แน่ใจว่าจะมาถึงหรือไม่

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0



ที่มาบทความนี้

ราคาทองคำทรงตัวลุ้นระทึก! ดอลลาร์แข็งค่าหลังอิหร่านขู่ฉีกดีลหยุดยิง ขณะที่ฝั่ง Buy รอรับของที่ $4,700

ราคาทองคำทรงตัวลุ้นระทึก! ดอลลาร์แข็งค่าหลังอิหร่านขู่ฉีกดีลหยุดยิง ขณะที่ฝั่ง Buy รอรับของที่ $4,700
ราคาทองคำทรงตัวลุ้นระทึก! ดอลลาร์แข็งค่าหลังอิหร่านขู่ฉีกดีลหยุดยิง ขณะที่ฝั่ง Buy รอรับของที่ $4,700

ราคาทองคำทรงตัวลุ้นระทึก! ดอลลาร์แข็งค่าหลังอิหร่านขู่ฉีกดีลหยุดยิง ขณะที่ฝั่ง Buy รอรับของที่ $4,700

สรุปสถานการณ์ล่าสุด (อัปเดต 9 เมษายน 2569, 13:00 น. เวลาไทย):

  • ทองคำเผชิญแรงกดดัน: ราคาทองคำ (XAU/USD) เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อยในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากที่นักลงทุนเริ่มเคลือบแคลงใจในความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งค่าขึ้นมาเป็นอุปสรรคต่อราคาทองคำ

  • ชนวนเหตุเลบานอน: อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอนอย่างหนัก โดยระบุว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ไม่อยู่ในเงื่อนไขการหยุดยิง ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการ “สั่งปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง” และขู่จะถอนตัวจากการหยุดยิงทันที

  • ท่าทีของ Fed (FOMC Minutes): รายงานการประชุมเผยว่า Fed ยังไม่มีความรีบเร่งในการลดดอกเบี้ย (Higher-for-longer) เนื่องจากความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงก่อนหน้านี้ แต่ยังคงเป้าหมายลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยพยุงไม่ให้ทองคำร่วงลงแรงเกินไป

  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ: นักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอตัวเลข PCE (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล) คืนนี้ และตัวเลข CPI ในวันศุกร์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ยของ Fed

 


🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 9 เมษายน 2569)

  1. Technical Bearish Bias: ในกราฟ 4 ชั่วโมง ราคายังคงติดอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย SMA 200 และแนว 50% Fibonacci ($4,758) บ่งชี้ว่าแนวโน้มหลักยังคงมีความเสี่ยงทางขาลง (Bearish Bias) ตราบใดที่ยังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญนี้ไปได้

  2. Momentum Check: ค่า RSI อยู่ที่ระดับ 52 (เป็นกลาง) ขณะที่ MACD เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นที่พุ่งมาเมื่อวานเริ่มจางหายไป (Waning Momentum)

  3. The “Strait of Hormuz” Premium: การที่อิหร่านกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็น “ดาบสองคม” ต่อทองคำ ในด้านหนึ่งมันหนุนดอลลาร์ (ลบต่อทอง) แต่อีกด้านมันเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (บวกต่อทองในฐานะ Safe-haven) ส่งผลให้ราคาเกิดภาวะ Sideways บีบตัวรุนแรงในกรอบ $4,700 – $4,800

 


📊 บทสรุปและวิเคราะห์จาก THAIFRX.COM

“ทองคำในวงล้อมความเสี่ยง: แนวรับ $4,700 คือจุดชี้ชะตา”

  • บทวิเคราะห์: ราคาทองคำกำลังเลือกทางอย่างหนัก การสู้รบในเลบานอนทำลายความเชื่อมั่นในสันติภาพที่เพิ่งเกิดได้ไม่ถึงวัน หากราคาทองคำหลุดต่ำกว่า $4,700 และยืนไม่ได้ มีโอกาสสูงที่จะไหลลงไปหาแนวรับถัดไปที่ $4,604

  • ระดับราคาที่ต้องจับตา:

    • แนวต้านสำคัญ: $4,758 (Fibo 50%) และด่านหินที่ $4,895 – $4,914 (SMA 200)

    • แนวรับสำคัญ: $4,700 (แนวรับจิตวิทยา) และ $4,604 (Fibo 38.2%)

  • กลยุทธ์การเทรด: “Wait for PCE Confirmation” แนะนำให้ชะลอการเข้าสถานะจนกว่าจะเห็นตัวเลข PCE คืนนี้ หากทองคำสามารถยืนเหนือ $4,700 ได้อย่างเหนียวแน่นหลังข่าวออก อาจพิจารณา Buy สั้นๆ เพื่อลุ้นทดสอบ $4,750 แต่หากหลุด $4,700 ให้พิจารณาเปลี่ยนฝั่งตามโมเมนตัมขาลงทันที

วิเคราะห์ EUR/USD: ฝั่ง Buy รอลุ้นทะลุผ่าน SMA 200 และ Fibo 38.2% แถว 1.1670 เพื่อยืนยันขาขึ้น

วิเคราะห์ EUR/USD: ฝั่ง Buy รอลุ้นทะลุผ่าน SMA 200 และ Fibo 38.2% แถว 1.1670 เพื่อยืนยันขาขึ้น
วิเคราะห์ EUR/USD: ฝั่ง Buy รอลุ้นทะลุผ่าน SMA 200 และ Fibo 38.2% แถว 1.1670 เพื่อยืนยันขาขึ้น

วิเคราะห์ EUR/USD: ฝั่ง Buy รอลุ้นทะลุผ่าน SMA 200 และ Fibo 38.2% แถว 1.1670 เพื่อยืนยันขาขึ้น

สรุปสถานการณ์ล่าสุด (อัปเดต 9 เมษายน 2569, 12:40 น. เวลาไทย):

  • ราคาติดกับดัก: EUR/USD พยายามทรงตัวเหนือระดับ 1.1650 ในช่วงตลาดเอเชียวันพฤหัสบดี หลังจากที่เมื่อวานไม่สามารถพุ่งผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1.1670 ไปได้

  • ปัจจัยหนุน (Tailwind): ท่าทีของ Fed ที่ยังคงมองหาโอกาส “ลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง” ในปีนี้ หากเงินเฟ้อลดลงตามเป้าหมาย ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังไม่สามารถกลับมาแข็งค่าได้อย่างเต็มที่

  • ปัจจัยกดดัน (Headwind): ความไม่เชื่อมั่นในความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ซึ่งเป็นตัวจำกัดการปรับตัวขึ้นของยูโร

  • สัญญาณทางเทคนิค: ค่า RSI อยู่ที่ระดับ 56 และ MACD ยังคงอยู่ในแดนบวก บ่งชี้ว่าแรงกดดันฝั่งขาลงกำลังลดน้อยลง แต่ยังไม่ใช่การกลับตัวเป็นขาขึ้นที่ชัดเจนจนกว่าจะผ่านแนวต้านสำคัญไปได้

 


🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 9 เมษายน 2569)

  1. The 1.1670 Confluence Barrier: ระดับ 1.1670 คือจุดชี้ชะตา เพราะเป็นจุดรวมตัวของเส้นค่าเฉลี่ย SMA 200 วัน และแนว 38.2% Fibonacci Retracement หากราคาสามารถปิดแท่งวันเหนือจุดนี้และผ่านระดับจิตวิทยา 1.1700 ไปได้ จะเป็นการเปิดประตูสู่ระดับ 1.1747 (Fibo 50%) และ 1.1827 (Fibo 61.8%) ตามลำดับ

  2. Geopolitical Risk vs. Dovish Fed: ตลาดกำลังเล่นเกม “ชักเย่อ” ระหว่างความกังวลสงคราม (หนุนดอลลาร์) และนโยบาย Fed (กดดอลลาร์) ยูโรจึงเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทาง (Chippy) ในช่วงสั้นๆ นี้

  3. Inflation Watch: ทุกสายตาจับจ้องไปที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ หากออกมาสูงเกินคาด ยูโรอาจร่วงหลุดแนวรับสำคัญและกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดของปีที่ 1.1409 ได้อีกครั้ง

 


📊 บทสรุปและวิเคราะห์จาก THAIFRX.COM

“ยูโรในโหมดเฝ้าระวัง: กำแพง 1.1670 คือปราการด่านสุดท้ายก่อนไปต่อ”

  • บทวิเคราะห์: EUR/USD กำลังอยู่ในช่วงสะสมพลัง (Consolidation) การที่ราคาไม่หลุดต่ำกว่า 1.1600 ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับฝั่ง Buy แต่การไล่ราคาเหนือ 1.1670 โดยไม่มีปัจจัยหนุนที่ชัดเจนยังคงมีความเสี่ยงสูง (Fake-out)

  • ระดับราคาที่ต้องจับตา:

    • แนวต้านสำคัญ: 1.1670 (ด่านตัดสินใจ), 1.1700 และ 1.1747

    • แนวรับสำคัญ: 1.1568 (Fibo 23.6%) และ 1.1410 (จุดต่ำสุดเดิม)

  • กลยุทธ์การเทรด: “Wait for Breakout” แนะนำให้นักเทรดรอดูจังหวะที่ราคาพุ่งทะลุและยืนเหนือ 1.1670 – 1.1700 ได้อย่างมั่นคงก่อนพิจารณาเปิดสถานะ Buy สำหรับผู้ที่มีสถานะอยู่แล้ว แนะนำให้ขยับจุดตัดขาดทุน (SL) มาไว้เหนือ 1.1560 เพื่อป้องกันความผันผวนจากข่าวการเจรจาในวันศุกร์-เสาร์นี้

วิเคราะห์ GBP/USD: พยายามรักษาระดับเหนือ EMA 20 วัน! หลังอิหร่านขู่ล้มโต๊ะเจรจาทำตลาดกังวลสงครามยืดเยื้อ

วิเคราะห์ GBP/USD: พยายามรักษาระดับเหนือ EMA 20 วัน! หลังอิหร่านขู่ล้มโต๊ะเจรจาทำตลาดกังวลสงครามยืดเยื้อ
วิเคราะห์ GBP/USD: พยายามรักษาระดับเหนือ EMA 20 วัน! หลังอิหร่านขู่ล้มโต๊ะเจรจาทำตลาดกังวลสงครามยืดเยื้อ

วิเคราะห์ GBP/USD: พยายามรักษาระดับเหนือ EMA 20 วัน! หลังอิหร่านขู่ล้มโต๊ะเจรจาทำตลาดกังวลสงครามยืดเยื้อ

สรุปสถานการณ์ล่าสุด (อัปเดต 9 เมษายน 2569, 11:50 น. เวลาไทย):

  • ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ: GBP/USD ทรงตัวแถวระดับ 1.3400 ในช่วงตลาดเอเชียวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง หลังจากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

  • อิหร่านส่งสัญญาณเตือน: โมฮัมหมัด บาเกอร์ คาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่าสหรัฐฯ ละเมิดเงื่อนไขข้อเสนอ 3 ข้อ ทำให้การเจรจาสันติภาพถาวรดู “ไม่สมเหตุสมผล” อีกต่อไป ความเสี่ยงนี้ส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-sensitive assets) เช่น เงินปอนด์

  • ดอลลาร์เริ่มฟื้นตัว: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ขยับขึ้นมาที่ 99.05 จากแรงซื้อคืนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดหุ้น (S&P 500 Futures) เริ่มติดลบ

  • จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ: นักลงทุนกำลังเฝ้ารอตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 3.3% (YoY) จากเดิมที่ 2.4% อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นในช่วงสงคราม

 


🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 9 เมษายน 2569)

  1. Technical Support at EMA 20: ในเชิงเทคนิค เส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 วัน ที่ระดับ 1.3325 ถือเป็น “ฐานที่มั่น” สำคัญของฝั่ง Buy ในตอนนี้ ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับนี้ได้ มุมมองเชิงบวกในระยะสั้นยังคงไม่เสียไป

  2. RSI Momentum: ค่า RSI อยู่ที่ระดับ 54 ซึ่งยังคงอยู่ในโซนบวกเล็กน้อย บ่งชี้ว่าฝั่งซื้อยังคงมีความพยายามที่จะรักษาอำนาจในตลาด แต่โมเมนตัมเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ มาสนับสนุน

  3. Inflation Expectations: หากตัวเลข CPI ในวันศุกร์ออกมาสูงกว่า 3.3% ตามคาด จะเป็นการตอกย้ำว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ กลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง ซึ่งอาจบีบให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูง และจะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อคู่เงิน GBP/USD

 


📊 บทสรุปและวิเคราะห์จาก THAIFRX.COM

“ปอนด์ประคองตัวบนความเสี่ยง: จับตาแนวรับ 1.3325 คือจุดตัดสินใจ”

  • บทวิเคราะห์: GBP/USD กำลังเผชิญกับภาวะ “Wait-and-see” ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความหวังในการเจรจาวันเสาร์นี้ กับความจริงที่ว่าการสู้รบยังไม่หยุดลงจริง การที่ราคาพยายามรักษาระดับที่ 1.3400 แสดงให้เห็นว่าตลาดยังไม่ทิ้งความหวังในสันติภาพเสียทีเดียว แต่หากมีข่าวลบจากการเจรจาหลุดออกมา ราคาอาจดิ่งลงไปทดสอบแนวรับทันที

  • ระดับราคาที่ต้องจับตา:

    • แนวต้านสำคัญ: 1.3445 (จุดสูงสุดล่าสุด) และ 1.3485

    • แนวรับสำคัญ: 1.3325 (EMA 20 วัน – สำคัญมาก) และ 1.3300

  • กลยุทธ์การเทรด: “Cautious Neutral” แนะนำให้ชะลอการเข้าสถานะในช่วงที่ราคาบีบตัว (Sideways) แนะนำให้รอราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับ 1.3325 – 1.3350 แล้วมีสัญญาณการกลับตัวค่อยพิจารณา Buy สั้นๆ โดยมีจุดตัดขาดทุน (SL) ชัดเจนที่ 1.3300 เนื่องจากพรุ่งนี้จะมีตัวเลข CPI ที่รุนแรงรออยู่

ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวเหนือ 99.00! รับแรงหนุน Safe-haven หลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวเหนือ 99.00! รับแรงหนุน Safe-haven หลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวเหนือ 99.00! รับแรงหนุน Safe-haven หลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวเหนือ 99.00! รับแรงหนุน Safe-haven หลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

สรุปเนื้อหาข่าวสำคัญ (อัปเดต 9 เมษายน 2569, 11:40 น. เวลาไทย):

  • ดอลลาร์หยุดร่วง: หลังจากดิ่งลงติดต่อกัน 3 วัน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) เริ่มกลับมาทรงตัวแถวระดับ 99.00 เนื่องจากนักลงทุนกลับมาถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของข้อตกลงหยุดยิง

  • อิหร่านขู่ล้มโต๊ะ: โมฮัมหมัด บาเกอร์ คาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อเสนอ 3 ประการสำคัญ ทำให้การเจรจาต่อเป็นเรื่อง “ไม่สมเหตุสมผล” พร้อมรายงานจากสื่ออิหร่านว่ามีการ “สั่งระงับการเดินเรือน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” อีกครั้ง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอนอย่างหนัก

  • FOMC Minutes: รายงานการประชุม Fed เมื่อคืนนี้แสดงท่าที “Wait-and-see” โดยกรรมการส่วนใหญ่มองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว (Neutral Range) และยอมรับว่ามีความเสี่ยงสองด้าน (Two-sided risk) ทั้งเงินเฟ้อที่อาจค้างสูงและตลาดแรงงานที่อาจอ่อนแอลง

  • จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI): ตลาดเฝ้ารอตัวเลข CPI วันศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 3.3% – 3.7% (YoY) จากเดิม 2.4% โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในช่วงสงคราม

 


🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 9 เมษายน 2569)

  1. Technical Standpoint: ในเชิงเทคนิค DXY กำลังทดสอบแนวต้านจิตวิทยาที่ 99.00 – 99.30 เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) เริ่มส่งสัญญาณผสมผสาน โดยมีแรงซื้อคืนจากเขต Oversold ในระยะสั้น หากยืนเหนือ 99.50 ได้ จะเป็นการยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

  2. Hormuz Closure Impact: การที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีหลังการสู้รบในเลบานอนปะทุขึ้น ทำให้ความคาดหวังเรื่อง “พลังงานราคาถูก” มลายหายไป ส่งผลให้เงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectations) พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น (Hawkish Support)

  3. Fed’s Dilemma: รายงานการประชุมเผยว่า Fed เริ่มกังวลเรื่องตลาดแรงงานมากขึ้น หากเงินเฟ้อพุ่งจากราคาน้ำมันแต่เศรษฐกิจชะงักงัน สหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะ Stagflation ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์ผันผวนอย่างรุนแรง

 


📊 บทสรุปและวิเคราะห์จาก THAIFRX.COM

“ดอลลาร์คืนชีพ: เมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด”

  • บทวิเคราะห์: สถานการณ์ “Risk-on” เมื่อวานนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงความหวานชื่นชั่วคราว การที่อิหร่านมองว่าดีลถูกละเมิดทำให้นักลงทุนต้องกลับมาตั้งรับ (Defensive Mode) ดอลลาร์จึงมีโอกาสแข็งค่ากลับขึ้นไปทดสอบระดับ 100.00 ได้หากการเจรจาที่อิสลามาบัดในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้มีสัญญาณล้มเหลว

  • ระดับราคาที่ต้องจับตา:

    • แนวต้านสำคัญ: 99.46 (23.6% Fibo) และด่านสำคัญ 100.00

    • แนวรับสำคัญ: 98.72 (38.2% Fibo) และ 98.13

  • กลยุทธ์การเทรด: “Selective Long on Dips” แนะนำให้สะสมดอลลาร์เมื่อมีการย่อตัว เนื่องจากปัจจัยพื้นฐาน (สงครามและเงินเฟ้อที่จ่อพุ่ง) ยังคงเอื้อต่อฝั่งซื้อ โดยมีจุดตัดขาดทุนหาก DXY หลุดต่ำกว่า 98.50 อย่างรุนแรง

ทรัมป์ขู่! กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ถอยจนกว่าดีลจะจบ ย้ำ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ต้องปลอดภัย 100%

ทรัมป์ขู่! กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ถอยจนกว่าดีลจะจบ ย้ำ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ต้องปลอดภัย 100%
ทรัมป์ขู่! กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ถอยจนกว่าดีลจะจบ ย้ำ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ต้องปลอดภัย 100%

ทรัมป์ขู่! กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ถอยจนกว่าดีลจะจบ ย้ำ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ต้องปลอดภัย 100%

สรุปเนื้อหาข่าวสำคัญ (อัปเดต 9 เมษายน 2026, 11:10 น. เวลาไทย):

  • การคงกำลังทหาร: ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอย่างชัดเจนในวันพฤหัสบดีว่า กองกำลังสหรัฐฯ ทั้งเรือรบ เครื่องบิน และบุคลากรทางทหาร จะยังคงประจำการรอบอิหร่านต่อไป จนกว่าข้อตกลงฉบับจริงจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน

  • เงื่อนไขเหล็ก: ทรัมป์ย้ำจุดยืน 2 ข้อที่ประนีประนอมไม่ได้ คือ 1. อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และ 2. ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดกว้างและปลอดภัยสำหรับการเดินเรือสากล

  • หยุดยิงแค่ชั่วคราว: ทรัมป์นิยามสถานะปัจจุบันว่าเป็นเพียง “การหยุดยิงแบบมีเงื่อนไข” ไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย บ่งชี้ว่าหากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม สหรัฐฯ พร้อมกลับมาใช้มาตรการทางทหารที่รุนแรงกว่าเดิมทันที

  • ปฏิกิริยาตลาด: ราคาน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้นเล็กน้อยที่ $91.58 (บวก 0.38%) สะท้อนถึงความกังวลว่าความตึงเครียดอาจกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ

 


🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 9 เมษายน 2026)

  1. The “Gunboat Diplomacy” Strategy: ท่าทีของทรัมป์เป็นการใช้การทูตแบบเรือปืน (Gunboat Diplomacy) เพื่อกดดันอิหร่านก่อนการเจรจาที่อิสลามาบัดจะเริ่มขึ้นในวันเสาร์นี้ การไม่ถอนกำลังทหารออกไปแม้จะมีการหยุดยิง แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ไว้ใจอิหร่านอย่างเต็มที่

  2. Oil Price Support: การที่ทรัมป์ยืนยันจะคงกำลังทหารไว้ เป็นตัวช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ร่วงลงไปลึกกว่านี้ เพราะตลาดรับรู้ว่าความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply Risk) ยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ถูกระงับไว้ชั่วคราว 2 สัปดาห์เท่านั้น

  3. Hormuz Risk Premium: ตราบใดที่เรือรบสหรัฐฯ ยังลอยลำอยู่ในพื้นที่ ค่าขนส่งและค่าประกันภัยเรือบรรทุกน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ค้ำจุนราคาพลังงานและเงินเฟ้อโลกต่อไป

 


📊 บทสรุปและวิเคราะห์จาก THAIFRX.COM

“สันติภาพปลายกระบอกปืน: เมื่อทรัมป์ไม่ยอมถอย ตลาดจึงต้องเฝ้าระวัง”

  • บทวิเคราะห์: คำแถลงนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงคู่ค้าและคู่สงครามว่า สหรัฐฯ พร้อมจะ “ล้มโต๊ะ” หากอิหร่านเล่นตุกติก การที่ทรัมป์เน้นย้ำเรื่องช่องแคบฮอร์มุซบ่อยครั้ง แสดงว่าเขารู้ดีว่านี่คือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่เขาสัญญาว่าจะทำให้ลดลง

  • ระดับราคาที่ต้องจับตา:

    • WTI Crude Oil: หากมีการเคลื่อนไหวทางทหารที่ผิดปกติ ราคาอาจพุ่งทะลุ $95.00 อีกครั้งในพริบตา

    • Gold (XAU/USD): จะยังคงรักษาฐานเหนือ $4,750 ได้อย่างเหนียวแน่นจากความไม่แน่นอนทางการเมือง (Geopolitical Uncertainty)

  • กลยุทธ์การเทรด: “Stay Neutral / Watch Headlines” แนะนำให้หลีกเลี่ยงการถือสถานะขนาดใหญ่ข้ามคืนในช่วงนี้ เนื่องจากพาดหัวข่าวจาก Truth Social ของทรัมป์สามารถเปลี่ยนทิศทางราฟได้ทันที ตลาดในวันนี้จะผันผวนตามการตีความคำพูดของผู้นำทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก

เจ้าหน้าที่ของเฟดยังคงคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้จะได้รับผลกระทบจากสงครามก็ตาม นาทีที่แสดงให้เห็น

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0


เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐพูดในระหว่างการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการตลาดกลางของรัฐบาลกลางที่ธนาคารกลางสหรัฐเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

แอนนา Moneymaker | เก็ตตี้อิมเมจ

เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐในการประชุมเมื่อเดือนมีนาคมยังคงคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนในระดับสูงจากสงครามอิหร่านและภาษี ตามรายงานการประชุมที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ

ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่กล่าวว่าสงครามอาจส่งผลให้จำเป็นต้องมีนโยบายการเงินที่ง่ายขึ้น หากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานและกระเป๋าสตางค์ของผู้บริโภค

ผู้กำหนดนโยบายกล่าวว่าพวกเขาจะต้องยังคง “ว่องไว” ในขณะที่พวกเขาชั่งน้ำหนักผลกระทบของสงครามที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟด และการจ้างงาน ซึ่งส่วนใหญ่ทรงตัวในปีที่ผ่านมา

“ผู้เข้าร่วมจำนวนมากตัดสินว่า ในเวลาที่เหมาะสม ควรจะลดช่วงเป้าหมายสำหรับอัตราเงินกองทุนของรัฐบาลกลาง หากอัตราเงินเฟ้อลดลงตามความคาดหวังของพวกเขา” รายงานการประชุมดังกล่าว

ฉันทามติคาดว่าจะมีการปรับลดหนึ่งครั้งในปีนี้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากการอัปเดตครั้งล่าสุดในเดือนธันวาคม

บทสรุปดังกล่าวตั้งข้อสังเกตถึงคำเตือนเกี่ยวกับ “สภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลงอีก ซึ่งอาจรับประกันการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมากอาจลดกำลังซื้อของครัวเรือน ภาวะทางการเงินที่ตึงเครียด และลดการเติบโตในต่างประเทศ”

ท้ายที่สุด คณะกรรมการกำหนดอัตราของ Federal Open Market ลงมติ 11-1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนไว้เป็นเป้าหมายให้อยู่ในช่วงระหว่าง 3.5%-3.75%

ธุดงค์เป็นไปได้?

ฉันทามติคือต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยให้คงที่ในขณะที่พวกเขาสังเกตเห็นเงื่อนไขต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ยังแสดงความกังวลว่าความเป็นปรปักษ์ในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่ยั่งยืนซึ่งอาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย

“ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าการพัฒนาในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไร และตัดสินว่าควรระมัดระวังที่จะติดตามสถานการณ์ต่อไปและประเมินผลกระทบต่อจุดยืนที่เหมาะสมของนโยบายการเงิน” รายงานการประชุมดังกล่าว

การประชุมวันที่ 17-18 มีนาคม เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น และสร้างความกังวลอีกครั้งว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง การหยุดยิงที่ประกาศเมื่อเย็นวันอังคารส่งผลให้น้ำมันลดลงอย่างมาก แม้ว่าความคงทนของข้อตกลงยังคงเป็นปัญหาอย่างมากก็ตาม

ในการประเมินสภาวะต่างๆ จนถึงขณะนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมกล่าวว่าพวกเขายังคงคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงเคลื่อนตัวไปสู่เป้าหมาย 2% ของ Fed แม้ว่าสงครามจะก่อให้เกิดความวุ่นวายก็ตาม พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่าภาษีศุลกากรยังคงเป็นภัยคุกคาม แม้ว่าคนส่วนใหญ่มองว่าผลกระทบของภาษีเป็นการชั่วคราวเมื่อต้องคำนวณอัตราเงินเฟ้อ

ประธานเจอโรม พาวเวลล์ กล่าวในการปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตอนนี้เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลเสียในระยะยาว เนื่องจากผลกระทบที่ล่าช้าจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานซึ่งมีการสร้างงานมากเพียงพอเพื่อรักษาอัตราการว่างงานให้คงที่ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของงานมาจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเกือบทั้งหมด ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพและศักยภาพในการเติบโต

“ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ตัดสินว่าความเสี่ยงด้านการจ้างงานตามอาณัตินั้นบิดเบือนไปในทางลบ” รายงานการประชุมดังกล่าว “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เข้าร่วมจำนวนมากเตือนว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีอัตราการสร้างงานสุทธิต่ำ สภาวะตลาดแรงงานดูเหมือนจะเสี่ยงต่อผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์”

ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะยังคงถูกระงับไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ตาม การหยุดยิงทำให้ผู้ค้าเพิ่มโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

พูดโดยทั่วไปแล้ว เศรษฐกิจมีสัญญาณของการชะลอตัว ส่งผลให้บางส่วนใน Wall Street เพิ่มความคาดหวังต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 และเป็นไปตามอัตราการเติบโตเพียง 1.3% ในไตรมาสแรกของปี 2569

เลือก CNBC เป็นแหล่งที่คุณต้องการบน Google และไม่พลาดช่วงเวลาจากชื่อที่น่าเชื่อถือที่สุดในข่าวธุรกิจ

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0



Source link

EUR/USD: ยูโรคว้าโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นเนื่องจากการหยุดยิงกระทบดอลลาร์สหรัฐ

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0



EUR/USD: ยูโรคว้าโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นเนื่องจากการหยุดยิงกระทบดอลลาร์สหรัฐ

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0



Source link

GBP/USD พุ่งขึ้น การฝ่าวงล้อมใกล้จะเกิดขึ้นแล้วหรือยัง?

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0


จุดเด่นที่สำคัญ

  • GBP/USD เริ่มต้นพุ่งขึ้นเหนือ 1.3350 และ 1.3440 ใหม่
  • ผ่านเส้นแนวโน้มขาลงที่สำคัญด้วยแนวต้านที่ 1.3280 บนกราฟ 4 ชั่วโมง
  • EUR/USD ก็ไต่ขึ้นเหนือแนวต้าน 1.1650 เช่นกัน
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดกำไรส่วนใหญ่และซื้อขายต่ำกว่า 95 ดอลลาร์

การวิเคราะห์ทางเทคนิค GBP/USD

เงินปอนด์อังกฤษพบแนวรับที่ 1.3150 และเริ่มเพิ่มขึ้นใหม่เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ GBP/USD เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเคลื่อนไหวเหนือ 1.3250 และ 1.3350

เมื่อดูกราฟ 4 ชั่วโมง ทั้งคู่ผ่านเส้นแนวโน้มขาลงที่สำคัญโดยมีแนวต้านที่ 1.3280 เพื่อเข้าสู่โซนบวก ทั้งคู่ตกลงเหนือ 1.3400 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 100 (สีแดง 4 ชั่วโมง) และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 200 (สีเขียว 4 ชั่วโมง)

ราคาคู่นี้ทดสอบแนวต้าน 1.3485 และเริ่มระยะการแข็งตัว แนวรับทันทีเห็นได้ที่บริเวณใกล้ 1.3410 และระดับ Fib retracement 23.6% ของการเคลื่อนตัวขึ้นจากระดับ 1.3177 สวิงต่ำไปสู่ระดับสูงสุด 1.3485

แนวรับหลักแรกอยู่ที่ 1.3365 พื้นที่สำคัญถัดไปที่น่าสนใจอาจอยู่ใกล้ 1.3300 หรือระดับ Fib retracement 61.8% ของการขยับขาขึ้นจากจุดสวิงต่ำ 1.3177 สู่ระดับสูงสุด 1.3485

การปิดที่ต่ำกว่า 1.3300 อาจต้องขาดทุนหนัก ในกรณีดังกล่าว อาจกลับมาที่ 1.3220 อีกครั้ง ในด้านขาขึ้น ทั้งคู่อาจเผชิญกับแนวต้านใกล้โซน 1.3500 แนวต้านหลักแรกอยู่ที่ 1.3550 แนวต้านหลักอาจเป็น 1.3620 การปิดเหนือ 1.3620 อาจเปิดประตูให้ขึ้นไปเหนือ 1.3650 ได้ ในกรณีดังกล่าว ภาวะกระทิงอาจตั้งเป้าไปที่ 1.3750

เมื่อดูที่น้ำมัน ราคาเริ่มลดลงครั้งใหม่ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพ และหมีก็สามารถดันราคาให้ต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ได้

เหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น:

  • การเรียกร้องการว่างงานเบื้องต้นของสหรัฐฯ – การคาดการณ์ 210,000 เทียบกับ 202,000 ก่อนหน้า
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐอเมริกาสำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2568 – คาดการณ์ 0.7% เทียบกับ 0.7% ก่อนหน้า

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0



Source link

GBP/USD ร่วงจาก 1.3485! ปอนด์เริ่มถอยหลังหลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษที่อ่อนแอ

GBP/USD ร่วงจาก 1.3485! ปอนด์เริ่มถอยหลังหลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษที่อ่อนแอ
GBP/USD ร่วงจาก 1.3485! ปอนด์เริ่มถอยหลังหลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษที่อ่อนแอ

GBP/USD ร่วงจาก 1.3485! ปอนด์เริ่มถอยหลังหลังดีลหยุดยิงส่อแววล่ม และตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษที่อ่อนแอ

สรุปเนื้อหาข่าวสำคัญ (อัปเดต 9 เมษายน 2026, 08:45 น. เวลาไทย):

  • รีบาวด์ไม่สุด: หลังจาก GBP/USD พุ่งขึ้นกว่า 1% ไปแตะจุดสูงสุดที่ 1.3485 เมื่อวานนี้ ราคาก็เริ่มถอยกลับลงมาเคลื่อนไหวแถว 1.3400 เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่าการหยุดยิงจะไม่ยั่งยืน หลังจากอิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุด

  • ปัจจัยกดดันจากฝั่งอังกฤษ: ตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษออกมาย่ำแย่ โดยราคาบ้าน (Halifax) ร่วงลง 0.5% และดัชนี PMI ภาคการก่อสร้างดิ่งลงเหลือ 45.6 สะท้อนว่าภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตพลังงาน

  • FOMC Minutes: รายงานการประชุม Fed ระบุว่ากรรมการส่วนใหญ่ยังคาดว่าจะ “ลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง” ในปีนี้ แต่ก็มีบางส่วนเตือนว่าอาจต้อง “ขึ้นดอกเบี้ย” หากเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันและกำแพงภาษียังพุ่งสูงไม่หยุด

  • สายตาจับจ้องที่สหรัฐฯ: คืนนี้ตลาดรอตัวเลขสำคัญอย่าง Core PCE (ดัชนีเงินเฟ้อที่ Fed โปรดปราน), GDP ไตรมาส 4 และยอดขอรับสวัสดิการว่างงาน ซึ่งจะกำหนดทิศทางของดอลลาร์ในระยะสั้น

 


🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 9 เมษายน 2569)

  1. The “Fragile” Truce: รองประธานาธิบดี JD Vance เรียกการหยุดยิงครั้งนี้ว่า “สัญญาพักรบที่เปราะบาง” การที่อิสราเอลประกาศว่า “เลบานอนไม่อยู่ในเงื่อนไขหยุดยิง” ทำให้อิหร่านมองว่าดีลนี้ไม่เป็นธรรม และอาจส่งผลให้เงินปอนด์ถูกเทขายหากความเสี่ยงสงครามกลับมา

  2. BoE Dilemma: แม้เงินเฟ้อจะสูง แต่ตัวเลขราคาบ้านและภาคก่อสร้างที่ย่ำแย่ (PMI 45.6) ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ทำงานยากขึ้น เพราะการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อจะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย

  3. US Data Dominance: ในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า ปัจจัยจากฝั่งอังกฤษจะมีความสำคัญน้อยกว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (PCE และ CPI) หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่าอย่างรุนแรงและกดดัน GBP/USD ให้หลุด 1.3300 ได้ง่ายๆ

 


📊 วิเคราะห์ทางเทคนิค & บทสรุปจาก THAIFRX.COM

“ปอนด์พิงเชือก: ระวังแรงเทขายหากหลุดแนวรับ EMA 200”

  • บทวิเคราะห์: ในกราฟ 15 นาที GBP/USD กำลังพยายามทรงตัวอยู่ที่ 1.3399 โดยมีเส้น EMA 200 (1.3354) เป็นปราการด่านสุดท้ายของฝั่ง Buy อย่างไรก็ตาม Stochastic RSI อยู่ในเขต Overbought (ซื้อมากเกินไป) บ่งชี้ว่าการดีดกลับอาจหมดแรงและเริ่มมีแรงเทขายทำกำไรออกมา

  • ระดับราคาที่ต้องจับตา:

    • แนวต้านสำคัญ: 1.3445 และ 1.3485 (หากผ่านไม่ได้จะเป็น Double Top)

    • แนวรับสำคัญ: 1.3354 (EMA 200) และ 1.3300

  • กลยุทธ์การเทรด: “Wait and See / Short on Breakout” แนะนำให้รอดูว่าราคาสามารถยืนเหนือ 1.3350 ได้หรือไม่ในช่วงตลาดบ่ายนี้ หากหลุดแนวนี้จะเป็นจังหวะให้ฝั่ง Sell เข้ามาควบคุมตลาด โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.3300 แต่หากราคายังเลี้ยงตัวเหนือ EMA 200 ได้ ให้ระวังความผันผวนจากตัวเลข PCE สหรัฐฯ คืนนี้เวลา 19:30 น.