เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ส่งผลให้คู่เงิน USD/JPY พุ่งทะยานขึ้นเหนือระดับ 160.30 ซึ่งเป็นการกลืนกินกำไรทั้งหมดที่เคยทำไว้จากการคาดการณ์เรื่องการเข้าแทรกแซงตลาดของทางการญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา การทะลุแนว 160.00 นี้ ถือเป็นระดับที่ทางการญี่ปุ่นมองว่าเป็น “เส้นตาย” และกำลังจุดชนวนความเสี่ยงที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นอาจจะเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยนอีกครั้งในเร็วๆ นี้
ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
1. เยนแตะโซนอันตราย! จับตาประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหลังทุนสำรองญี่ปุ่นลดวูบประวัติการณ์
การพุ่งขึ้นของ USD/JPY เหนือระดับ 160.00 ทำให้ตลาดกลับมาตื่นตัวกับความเสี่ยงในการเข้าแทรกแซงค่าเงิน (Intervention Risk) โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณซัตสึกิ ทากายามะ (Satsuki Takayama) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ได้แถลงต่อรัฐสภาอย่างชัดเจนว่า “รัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดหากเห็นการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่ผันผวนเกินไป” ซึ่งเป็นคำเตือนที่คล้ายกับช่วงก่อนวันที่ 30 เมษายน ที่กราฟเคยดิ่งลงกว่า 400 pips ทันทีโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ
-
นอกจากนี้ ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นยังระบุว่า เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมลดลงมากที่สุดทุบสถิตินับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2000 สะท้อนให้เห็นว่าทางการญี่ปุ่นได้ใช้เม็ดเงินมหาศาลในการเข้าพยุงค่าเงินเยนไปก่อนหน้านี้แล้ว
2. สองแรงบวกหนุนดอลลาร์: ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ สุดแกร่ง + ราคาน้ำมันดิบพุ่งจากสงคราม
ค่าเงินเยนเผชิญแรงกดดันอย่างหนักรอบด้านในวันจันทร์นี้ จากปัจจัยภายนอกประเทศ:
-
ฝั่งสหรัฐฯ แข็งแกร่ง: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคมประกาศออกมาสูงถึง 172,000 ตำแหน่ง (คาดการณ์ 85,000 ตำแหน่ง) แถมตัวเลขเดือนเมษายนยังถูกปรับทบทวนขึ้นเป็น 179,000 ตำแหน่ง ยืนยันว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในปี 2026 ยังคงตึงตัวมาก และกระตุ้นให้ตลาดคาดว่าเฟดอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปลายปีนี้
-
วิกฤตพลังงานซ้ำเติมญี่ปุ่น: สงครามการโต้ตอบด้วยขีปนาวุธระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นประมาณ $4 จากจุดต่ำสุดของวันศุกร์ มาซื้อขายแถว $96.40 ต่อบาร์เรล เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานเกือบ 100% ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจึงยิ่งทำลายแนวโน้มเศรษฐกิจและกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอีก
3. GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 1 โดนปรับลดลง แต่ไม่เปลี่ยนแผน BOJ ขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า
ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศ สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ปรับลดตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 1 แบบปรับปี (Annualized) ลงมาอยู่ที่เติบโต 1.8% (จากประมาณการครั้งก่อนที่ 2.1%) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 1.3% ขณะที่ GDP รายไตรมาสคงเดิมที่ 0.5% ตัวเลขที่ชะลอลงเล็กน้อยนี้ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองของตลาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า
บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM:
“กราฟ USD/JPY ตอนนี้วิ่งขึ้นเป็นรถด่วนขาขึ้น (Bullish โมเมนตัมรุนแรงมากครับ) ปัจจัยหนุนดอลลาร์จากทั้งข่าว Nonfarm และราคาน้ำมันที่พุ่งจากสงครามตะวันออกกลางกำลังทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี แต่เทรดเดอร์ฝั่ง Buy ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณ เนื่องจากราคาได้เข้าสู่ ‘พื้นที่สีแดง’ เหนือระดับ 160.00 ซึ่งเป็นจุดที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเคยทุบราคาลงมาแล้ว การไล่ราคา Buy ตรงนี้มีความเสี่ยงที่จะเจอ ‘ไม้หน้าสาม’ หรือการแทรกแซงแบบสายฟ้าแลบ (Flash Intervention) แนะนำให้เน้นเล่นสั้น และตั้ง Stop Loss เผื่อกรณีโดนทุบ 300-400 pips ไว้เสมอครับ”
[แนวต้านถัดไป / เป้าหมายไฮเดิม: 161.00]
▲
[ราคาปัจจุบัน USD/JPY: 160.30]
▲
│ (โซนอันตราย Risk Intervention สูงมาก)
▼
[แนวรับจิตวิทยาหลักที่เพิ่งทะลุขึ้นมา: 160.00]
▲
│ (หากมีการแทรกแซง ราคาจะดิ่งทดสอบโซนล่างทันที)
▼
[แนวรับย่อยทางเทคนิค: 159.20]
▲
[แนวรับสำคัญระดับภาพรวม: 158.00]
ระดับแนวรับ-แนวต้านสำคัญประจำวัน
| ระดับแนวรับสำคัญ (Supports) | ระดับแนวต้านสำคัญ (Resistances) |
| 160.00 (แนวรับจิตวิทยา / อดีตแนวต้านสำคัญ) | 160.50 (แนวต้านย่อยระหว่างวัน) |
| 159.20 (แนวรับย่อยระดับ H4) | 161.00 (แนวต้านเป้าหมายถัดไปของฝั่ง Buy) |
| 158.00 (แนวรับโครงสร้างหลัก หากเกิดการแทรกแซง) | 161.50 (กำแพงจิตวิทยาขั้นสูงสุด) |
คำแนะนำการลงทุนประจำวัน:
-
ฝั่ง Buy: หากต้องการเข้า Buy ควรรอจังหวะย่อตัวสั้นๆ แถว 160.10 – 160.00 เก็บกำไรระยะสั้นไม่เกิน 160.70 และ ห้ามถือออเดอร์ข้ามคืนเด็ดขาด
-
ฝั่ง Sell: ยังไม่แนะนำให้เปิด Sell สวนเทรนด์ตราบใดที่ยังไม่มีสัญญาณการแทรกแซงจาก BOJ เว้นแต่จะใช้วิธีตั้ง Pending Order (Sell Limit) ไว้ในระดับที่สูงมากๆ เพื่อดักจังหวะทุบของรัฐบาลญี่ปุ่น




