คู่เงิน USD/CHF ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ (4 มีนาคม 2026) โดยลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 0.7800 เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าถือครองเงินฟรังก์สวิส (Swiss Franc) ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียดครับ
ปัจจัยสำคัญที่กดดัน USD/CHF (4 มีนาคม 2026)
-
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven Flows): แม้ดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น แต่ในครั้งนี้ “เงินฟรังก์สวิส” กลับแข็งแกร่งกว่าดอลลาร์ในบางจังหวะ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นหลุมหลบภัยที่ “สะอาด” และปลอดภัยที่สุดจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน
-
การตอบโต้ของอิหร่าน: รายงานข่าวการโจมตีเป้าหมายสำคัญในอิหร่าน รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบที่กระจายวงกว้างไปยังสถานทูตสหรัฐฯ ในริยาดและดูไบ ยิ่งผลักดันให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่เงินฟรังก์สวิสอย่างต่อเนื่อง
-
การจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss CPI): นักลงทุนกำลังรอคอยการประกาศตัวเลข CPI ของสวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ (ประมาณ 0% – 0.3%) ความแตกต่างระหว่างเงินเฟ้อที่ต่ำมากในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน ทำให้เงินฟรังก์ดูมีความน่าดึงดูดในเชิงมูลค่า (Real Value) มากกว่าครับ
คำเตือนจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB Intervention)
แม้เงินฟรังก์จะแข็งค่า แต่ SNB (ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์) ได้ออกมาส่งสัญญาณ “ข่มขู่” อย่างรุนแรง (Verbal Intervention) เพื่อสกัดกั้นการแข็งค่าที่มากเกินไป:
-
แถลงการณ์จาก SNB: ระบุว่า “พร้อมที่จะเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศทันที” หากเงินฟรังก์แข็งค่ารวดเร็วเกินไปจนกระทบต่อเสถียรภาพราคาและการส่งออกของประเทศ
-
เป้าหมาย: SNB ไม่ต้องการให้เงินฟรังก์แข็งค่าจนทำให้เกิดภาวะเงินฝืด (Deflation) ในประเทศ ซึ่งปัจจัยนี้อาจกลายเป็น “เพดาน” (Cap) ที่ทำให้ USD/CHF ไม่หลุดต่ำกว่าระดับ 0.7700 ได้ง่ายๆ ครับ
ระดับราคาสำคัญทางเทคนิค
| ระดับราคา | ความสำคัญ | มุมมองทางเทคนิค |
| 0.7850 | แนวต้านระยะสั้น | จุดพักตัวเดิมที่ราคาเพิ่งหลุดลงมา |
| 0.7800 | ราคาปัจจุบัน / แนวรับ | ระดับจิตวิทยาสำคัญที่กำลังถูกทดสอบ |
| 0.7700 – 0.7730 | แนวรับแข็งแกร่ง | จุดต่ำสุดในรอบหลายปี และเป็นโซนที่ SNB อาจเริ่มเข้าแทรกแซงจริง |
สรุป: USD/CHF กำลังเผชิญกับสภาวะ “บีบคั้น” ระหว่างความกลัวสงครามที่ดันให้เงินฟรังก์แข็งค่า กับความกลัวธนาคารกลาง (SNB) ที่พร้อมจะเข้ามาเทขายเงินฟรังก์เพื่อพยุงค่าเงินดอลลาร์ครับ





