USD: แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงแข็งแกร่ง – Wells Fargo
Wells Fargo Economics คาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายนจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) มีแนวโน้มพุ่งแตะ 3.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) จะอยู่ที่ประมาณ 2.9% ปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่ล้นทะลักไปยังส่วนอื่น (Energy Spillovers) และภาคบริการที่ยังร้อนแรง
Market Insights: เจาะลึกเงินเฟ้อสหรัฐฯ และความท้าทายของ Fed
-
Energy & Spillover Effect: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่ยุติ ทำให้ราคาพลังงานยืนตัวในระดับสูง ซึ่ง Wells Fargo มองว่าจะเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนต่อราคาสินค้าและบริการอื่นๆ โดยคาดว่า CPI ทั่วไปจะเพิ่มขึ้นถึง 0.63% ในเดือนเดียว (Monthly Gain)
-
Core Services & Airfares: แม้ค่าเช่าบ้าน (Shelter Inflation) จะมีแนวโน้มชะลอตัวลงในช่วงปลายปี แต่เงินเฟ้อในภาคบริการ (Services) ยังคง “ร้อนแรง” ของจริง โดยเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นตามต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน (Jet Fuel)
-
The Shelter Quirk: มีข้อสังเกตเรื่องตัวเลขค่าเช่าที่อยู่อาศัยในเดือนเมษายนที่อาจพุ่งขึ้นเป็น 2 เท่าจากระดับปกติชั่วคราว ซึ่งเป็นผลกระทบทางสถิติหลังจากเหตุการณ์ Government Shutdown ก่อนหน้านี้ แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่ทิศทางชะลอตัวในเดือนพฤษภาคม
-
Sticky Inflation (เงินเฟ้อที่ลดลงยาก): Wells Fargo คาดว่า Core CPI จะยังคง “ติดหนึบ” อยู่แถว 3.0% ไปตลอดทั้งปีนี้ แม้ค่าเช่าจะลดลงแต่ส่วนอื่นๆ ทำได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของค่าจ้าง (Wage Growth) จะเป็นตัวจำกัดความสามารถของบริษัทต่างๆ ในการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค ซึ่งอาจช่วยบรรเทาเงินเฟ้อได้บ้างในช่วงสิ้นปี
บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ตัวเลขเงินเฟ้อที่ Wells Fargo คาดการณ์ไว้นี้ ถือเป็นสัญญาณ “Hawkish” อย่างมาก เพราะหาก CPI ออกมาสูงตามคาดจริง จะเป็นการทำลายความหวังที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยของ Fed ในเร็วๆ นี้โดยสิ้นเชิง
กลยุทธ์แนะนำ:
-
USD Outlook: ดอลลาร์จะยังคงได้เปรียบ (Stronger for Longer) เนื่องจากเงินเฟ้อที่ยังไม่ลงล็อค 2% บีบให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูงต่อไป
-
Yields Pressure: คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) จะปรับตัวขึ้นเพื่อรับข่าวเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำในระยะสั้น (หากไม่มีปัจจัยสงครามมาหนุน)
-
Focus on CPI Data: นักเทรดควรทำเครื่องหมายในปฏิทินวันประกาศตัวเลข CPI สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในช่วงที่เหลือของเดือนพฤษภาคม




