Swap คืออะไร?
Swap ในบริบทการเงินและการเทรด (โดยเฉพาะ Forex) หมายถึง ค่าธรรมเนียมการถือตำแหน่งข้ามคืน (Overnight Interest หรือ Rollover Fee) ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บหรือจ่ายให้กับนักเทรดเมื่อถือ position ไว้ข้ามวันทำการ (ปกติหลัง 5 โมงเย็นนิวยอร์ก หรือ 00:00 Server Time)
Swap ทำงานอย่างไร?
- เกิดจาก ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย ระหว่างสกุลเงินสองตัวในคู่เงิน (Interest Rate Differential)
- Swap Positive (ได้เงิน): ถ้าคุณ Long สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า Short สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า → โบรกเกอร์จ่าย Swap ให้คุณ
- Swap Negative (เสียเงิน): ถ้าคุณ Long สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า Short สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า → คุณต้องจ่าย Swap ให้โบรกเกอร์
ตัวอย่างง่ายๆ (ปี 2025)
- คู่ USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ vs ลีราตุรกี): ตุรกีมีดอกเบี้ยสูงมาก (~50%) สหรัฐฯ ราว 4-5% → ถ้าคุณ Long USD/TRY (ซื้อ USD ขาย TRY) คุณจะได้ Swap Positive สูง (บางโบรกเกอร์จ่ายวันละหลายสิบ pips)
- คู่ EUR/USD: ยูโรและดอลลาร์ดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน → Swap มักติดลบทั้งสองฝั่ง (เสียเล็กน้อย)
Swap มีกี่ประเภท?
- Swap Long: ค่าธรรมเนียมเมื่อถือ Buy ข้ามคืน
- Swap Short: ค่าธรรมเนียมเมื่อถือ Sell ข้ามคืน
- Triple Swap: วันพุธ (หรือบางโบรกเกอร์วันศุกร์) จะเก็บ/จ่าย Swap ×3 เพื่อชดเชยวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
ความสำคัญสำหรับนักเทรด
- Swing/Position Trader: Swap มีผลมาก เพราะถือยาว ถ้า Swap ติดลบเยอะอาจกินกำไรหมด
- Scalper/Day Trader: ไม่ค่อยสนใจ เพราะปิด position ก่อนวันหมด
- Carry Trade: กลยุทธ์ยอดนิยมที่ถือคู่เงินที่มี Swap Positive สูงเพื่อเก็บดอกเบี้ย (เช่น AUD/JPY หรือ USD/TRY ในอดีต)
ตรวจ Swap ได้ที่ไหน?
ทุกโบรกเกอร์แสดงใน Specification ของแต่ละคู่เงิน (ใน MT4/MT5 คลิกขวาที่คู่เงิน → Specification)
สรุปสั้น: Swap คือ “ดอกเบี้ย” ที่คุณจ่ายหรือได้รับจากการถือ position ข้ามคืน ขึ้นกับความแตกต่างดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสองประเทศ ถ้าเทรดสั้นไม่สนใจ แต่ถ้าเทรดยาวต้องคำนวณให้ดี! 😊
ความแตกต่างระหว่าง Swap กับ Spread ใน Forex
นักเทรด Forex มักสับสนระหว่าง Swap กับ Spread เพราะทั้งคู่เป็น “ต้นทุน” ของการเทรด แต่จริงๆ แล้วมันต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งจุดประสงค์ การเกิดขึ้น และผลกระทบต่อการเทรด
| หัวข้อ | Spread | Swap (หรือ Rollover / Overnight Interest) |
|---|---|---|
| คืออะไร | ส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ขาย) และ Ask (ซื้อ) | ค่าธรรมเนียม (หรือรายได้) จากการถือ position ข้ามคืน |
| เกิดเมื่อไหร่ | เกิดทันทีที่คุณ เปิด position (เข้าเทรด) | เกิดเมื่อคุณ ถือ position ข้ามวันทำการ (ปกติหลัง 00:00 server time) |
| คำนวณอย่างไร | Spread = Ask Price – Bid Price หน่วยเป็น pips | คำนวณจาก ความแตกต่างอัตราดอกเบี้ย ระหว่าง 2 สกุลเงินในคู่ + ขนาด lot |
| โบรกเกอร์ได้อะไร | โบรกเกอร์เก็บ Spread เป็นกำไรหลัก (บางโบรกเกอร์ ECN มี Spread ต่ำแต่เก็บ commission แทน) | โบรกเกอร์เป็นตัวกลาง – บางคู่คุณจ่าย Swap ให้โบรกเกอร์ บางคู่โบรกเกอร์จ่ายให้คุณ |
| บวกหรือลบ | เสมอ ลบ (คุณเสียเสมอ เพราะซื้อแพง ขายถูก) | อาจ บวก (ได้เงิน) หรือ ลบ (เสียเงิน) ขึ้นกับทิศทางเทรดและดอกเบี้ย |
| ตัวอย่าง (EUR/USD) | Spread ปกติ 0.1-1 pip คุณเปิด Buy ที่ 1.1800 จริงๆ คุณซื้อที่ 1.18005 (เสีย 0.5 pip ทันที) | ถือ Buy ข้ามคืน อาจเสีย Swap -0.5 pip/วัน แต่ถ้า Short อาจได้ Swap +0.3 pip/วัน |
| ผลกระทบต่อเทรด | สำคัญกับ Scalper/Day Trader (เปิด-ปิดเร็ว) เพราะเสียทุกครั้งที่เข้า | สำคัญกับ Swing/Position Trader (ถือยาว) เพราะสะสมทุกคืน |
| วันพิเศษ | ไม่มี | วันพุธ (หรือบางโบรกเกอร์วันศุกร์) เก็บ/จ่าย Triple Swap (×3) เพื่อชดเชยวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ |
สรุปสั้นๆ
- Spread → ค่าธรรมเนียม “เข้าเทรด” (เสียทันทีที่เปิด position)
- Swap → ค่าธรรมเนียม “ถือข้ามคืน” (อาจเสียหรือได้ ขึ้นกับคู่เงินและทิศทาง)
เคล็ดลับสำหรับนักเทรด
- ถ้าเทรดสั้น (day trade) → โฟกัสโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ
- ถ้าเทรดยาว (swing/position) → ดู Swap ด้วย โดยเฉพาะคู่ที่มี Swap Positive สูง (เช่น USD/TRY, USD/MXN) สามารถใช้เป็น Carry Trade ได้กำไรจากดอกเบี้ย
เปรียบเทียบ Commission กับ Spread ใน Forex
ในตลาด Forex โบรกเกอร์มี 2 โมเดลหลักในการเก็บค่าธรรมเนียม: Spread และ Commission (บางโบรกเกอร์ใช้อย่างเดียว บางแห่งใช้ทั้งคู่) นักเทรดมือใหม่มักสับสน แต่ทั้งสองต่างกันชัดเจนทั้งวิธีเก็บ ผลกระทบ และเหมาะกับสไตล์เทรดต่างกัน
| หัวข้อ | Spread | Commission |
|---|---|---|
| คืออะไร | ส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ขาย) และ Ask (ซื้อ) | ค่าธรรมเนียมคงที่ต่อ lot ที่เทรด (ปกติต่อ side หรือ round turn) |
| เก็บเมื่อไหร่ | เกิดทันทีที่ เปิด position (เข้าเทรด) คุณเสีย Spread ทันที | เก็บเมื่อ เปิด และ/หรือ ปิด position (บางโบรกเกอร์เก็บ round turn = เปิด+ปิด) |
| คำนวณอย่างไร | วัดเป็น pips (เช่น EUR/USD Spread 0.5 pips) ต้นทุน = Spread × ขนาด lot | วัดเป็น เงินจริงต่อ lot (เช่น $3-7 ต่อ standard lot round turn) |
| โบรกเกอร์ได้อะไร | Spread คือกำไรหลักของโบรกเกอร์ (Market Maker หรือ STP) | โบรกเกอร์เป็นตัวกลางส่งคำสั่งไป liquidity provider แล้วเก็บ commission |
| บวกหรือลบ | เสมอ ลบ (คุณเสียเสมอ เพราะซื้อแพง ขายถูก) | เสมอ ลบ (เสียค่าคอมทุกครั้งที่เทรด) |
| ประเภทบัญชี | พบบ่อยใน Standard / Cent Account (Spread-only) | พบบ่อยใน ECN / Raw Spread / Pro Account (Spread ต่ำมาก + Commission) |
| ตัวอย่างต้นทุน | EUR/USD Spread 1.0 pip เทรด 1 lot = เสีย ~$10 (ขึ้นกับคู่เงิน) | Commission $6 ต่อ lot round turn เทรด 1 lot = เสีย $6 |
| ผลกระทบต่อเทรด | สำคัญกับ Scalper / High-frequency เพราะเข้า-ออกบ่อย | สำคัญกับ เทรด lot ใหญ่ เพราะ commission คงที่ ไม่ขึ้นกับความกว้างของ Spread |
| ข้อดี | คำนวณง่าย ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง | Spread ต่ำมาก (บางครั้ง 0.0 pip) ทำให้ต้นทุนรวมต่ำลงเมื่อเทรดบ่อย |
| ข้อเสีย | ในช่วงข่าวหรือ volatility สูง Spread กว้างขึ้นมาก (widening) | มีค่าคอมคงที่ แม้ตลาดสงบก็ยังเสีย |
สรุปสั้นๆ
- Spread → ต้นทุน “ซ่อน” ในราคา เสียทุกครั้งที่เข้าเทรด เหมาะกับบัญชีมาตรฐานและเทรดไม่บ่อย
- Commission → ต้นทุน “ชัดเจน” เป็นเงินจริงต่อ lot มักมาคู่กับ Spread ต่ำมาก เหมาะกับเทรดบ่อย / Scalper / ECN account
นักเทรดแบบไหนควรเลือกอะไร?
- มือใหม่ / เทรดน้อย: เลือก Spread-only (ไม่มี commission) คำนวณง่าย
- Scalper / Day Trader / เทรดบ่อย: เลือก ECN + Commission เพราะ Spread ต่ำมาก ต้นทุนรวมถูกกว่าในระยะยาว
- Swing Trader: ดูทั้งคู่ – ถ้า Spread ไม่กว้างบ่อย Spread-only ก็พอ แต่ ECN มักดีกว่า
เคล็ดลับ: เช็คโบรกเกอร์เปรียบเทียบจริง เช่น Exness, IC Markets, XM – บางโบรกเกอร์มีทั้ง 2 แบบให้เลือกในบัญชีต่างกัน
🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0





