silver กำลังเป็นที่ต้องการของทั่วโลกจริง และ เป็นความต้องการที่สูงขึ้นในระดับวิกฤต (Extreme High Demand) จนนักวิเคราะห์หลายสำนักเรียกสถานการณ์ในปี 2026 ว่าเป็นยุค “Silver Run” หรือการแห่แย่งชิงโลหะเงินจริงครับ
สาเหตุที่ทำให้แร่เงินมีความต้องการพุ่งสูงทั่วโลกในปี 2026 มีปัจจัยหลัก 4 ด้านดังนี้:
1. การปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Industrial Drivers)
ปัจจุบันแร่เงินไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับ แต่เป็น “โลหะเชิงยุทธศาสตร์” ที่ขาดไม่ได้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่:
-
พลังงานสะอาด (Solar Energy): การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั่วโลก (โดยเฉพาะในจีน) พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยในปี 2026 คาดว่าภาคส่วนนี้จะใช้แร่เงินสูงถึง 120-125 ล้านออนซ์ เนื่องจากแร่เงินมีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าดีที่สุดและยังไม่มีโลหะอื่นทดแทนได้สมบูรณ์
-
ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs): รถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งคันใช้แร่เงินมากกว่ารถยนต์น้ำมันเกือบ 2 เท่า (ประมาณ 25-50 กรัมต่อคัน) เพื่อใช้ในระบบจัดการแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
-
AI และ Data Centers: โครงสร้างพื้นฐานของปัญญาประดิษฐ์ต้องการเซมิคอนดักเตอร์ประสิทธิภาพสูงและระบบจ่ายไฟที่ใช้แร่เงินเป็นส่วนประกอบสำคัญ
2. วิกฤตขาดแคลนอุปทาน (Structural Supply Deficit)
-
ขาดแคลนต่อเนื่องปีที่ 6: โลกกำลังเผชิญกับภาวะที่ความต้องการใช้แร่เงิน สูงกว่า กำลังการผลิตจากเหมืองติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยคาดว่าในปี 2026 จะขาดแคลนสูงถึง 200+ ล้านออนซ์
-
จีนคุมการส่งออก: จีนซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ได้ยกระดับแร่เงินเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” และเริ่มจำกัดการส่งออกเพื่อเก็บไว้ใช้ในอุตสาหกรรมภายในประเทศ (โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์) ทำให้ตลาดโลกยิ่งตึงตัว
3. การเปลี่ยนผ่านจาก “เงินกระดาษ” สู่ “โลหะจริง”
-
Physical Squeeze: นักลงทุนสถาบันเริ่มไม่ไว้วางใจสัญญาซื้อขายในกระดาษ (Paper Silver) และหันมาเรียกขอ การส่งมอบโลหะจริง (Physical Delivery) ทำให้คลังเก็บทองแดงและเงินในตลาดใหญ่อย่าง London (LBMA) และ New York (COMEX) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
-
ความเชื่อมั่นในสกุลเงินลดลง: ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและการเมืองโลกที่ผันผวน นักลงทุนรายย่อยและธนาคารกลางบางแห่งเริ่มสะสมแร่เงินเพื่อเป็นหลักประกันความเสี่ยง (Safe-haven)
4. สรุปตัวเลขคาดการณ์ปี 2026
| รายการ | ข้อมูลคาดการณ์ปี 2026 |
| ความต้องการอุตสาหกรรม | พุ่งสูงเกิน 700 ล้านออนซ์ (สถิติใหม่) |
| ยอดการผลิตจากเหมือง | ทรงตัวที่ประมาณ 840 ล้านออนซ์ (เพิ่มขึ้นเพียง 1-2%) |
| ภาวะตลาด | ขาดดุล (Deficit) อย่างรุนแรงต่อเนื่อง |
| เป้าหมายราคา | นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองที่ $75 – $120 ต่อออนซ์ |
มุมมองนักวิเคราะห์: Silver ถูกมองว่าเป็น “Gold on Steroids” (ทองคำที่ติดเทอร์โบ) เพราะนอกจากจะมีคุณสมบัติเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเหมือนทองคำแล้ว ยังมีความต้องการใช้จริงในอุตสาหกรรมที่เติบโตแบบก้าวกระโดดมาช่วยดันราคาอีกแรงครับ





