คู่เงิน GBP/USD กำลังเคลื่อนไหวในแดนลบและพยายามทรงตัวต่ำกว่าระดับ 1.3700 (ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.3670 – 1.3685) โดยมีแรงกดดันสำคัญจาก “วิกฤตการเมือง” ภายในสหราชอาณาจักร และการเปลี่ยนท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษครับ
สรุปสาเหตุและสถานการณ์ที่ทำให้ปอนด์อ่อนค่าลง ดังนี้:
1. วิกฤตการเมืองสหราชอาณาจักร (UK Political Risks)
-
แรงกดดันต่อ Keir Starmer: นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างหนัก หลังจากหัวหน้าพรรคเลเบอร์ในสกอตแลนด์ออกมาเรียกร้องให้เขาลาออก สืบเนื่องจากประเด็นความอื้อฉาวในอดีต (คดี Jeffrey Epstein) ที่กลับมาถูกตรวจสอบอีกครั้ง
-
ความไม่แน่นอนของรัฐบาล: ตลาดเริ่มใส่ “ค่าพรีเมียมความเสี่ยง” (Risk Premium) เข้าไปในราคาสินทรัพย์ของอังกฤษ เนื่องจากกังวลว่าหากมีการเปลี่ยนตัวผู้นำ อาจส่งผลต่อนโยบายการคลังและเศรษฐกิจในระยะยาว
2. การคาดการณ์การลดดอกเบี้ย (BoE Rate Cut Bets)
-
เงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าคาด: ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ล่าสุดของอังกฤษลดลงมาอยู่ที่ 1.9% (ต่ำกว่าเป้าหมาย 2%) ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น
-
โอกาสลดดอกเบี้ยเดือนมีนาคม: ตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่า BoE อาจจะลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 3.50% (จากปัจจุบัน 3.75%) ในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งปัจจัยนี้เป็นตัวฉุดค่าเงินปอนด์โดยตรงเมื่อเทียบกับดอลลาร์
3. วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Outlook)
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
| 1.3700 | แนวต้านสำคัญ: ราคาพยายามดีดกลับแต่ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ในวันนี้ |
| 1.3670 | แนวรับปัจจุบัน: หากหลุดระดับนี้ มีโอกาสไหลลงไปทดสอบจุดต่ำสุดของเดือนมกราคมแถว 1.3610 |
| 1.3868 | จุดสูงสุดของปี 2026 (ทำไว้เมื่อปลายเดือนมกราคม) |
4. ปัจจัยฝั่งสหรัฐฯ ที่ต้องระวัง (US Data Watch)
ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) ตลาดกำลังรอตัวเลขสำคัญที่จะส่งผลต่อดอลลาร์:
-
Non-farm Payrolls (NFP): รายงานการจ้างงานที่เลื่อนมาประกาศ หากออกมาแข็งแกร่งเกินคาด จะยิ่งทำให้ดอลลาร์พุ่งขึ้นและกดดันให้ GBP/USD ทรุดลงต่อ
สรุป: ปอนด์ในสัปดาห์นี้ถูกรุมเร้าด้วยปัจจัยลบทั้งการเมืองและนโยบายการเงินครับ การรักษาฐานที่ 1.3600-1.3700 จึงเป็นเรื่องยากหากสถานการณ์ทางการเมืองของนายกฯ สตาร์เมอร์ ยังไม่มีความชัดเจน



