ค่าเงินปอนด์ (GBP/USD) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในวันนี้ (4 มีนาคม 2026) โดยลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1.3340 (และบางช่วงลงไปทดสอบแนวรับที่ 1.3310) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือนครับ สาเหตุหลักมาจาก “ความแข็งแกร่งของดอลลาร์” ที่ถูกใช้เป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่พุ่งสูงขึ้น
ปัจจัยกดดันค่าเงินปอนด์ (4 มีนาคม 2026)
-
Safe-haven US Dollar: นักลงทุนทั่วโลกพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินหลักอื่นๆ เพื่อเข้าถือครองดอลลาร์สหรัฐ หลังจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) พุ่งทะลุ 99.00
-
ความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษ: ค่าเงินปอนด์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความพ่ายแพ้ของพรรคแรงงานในการเลือกตั้งซ่อม (By-election) ที่ Gorton และ Denton ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของ Keir Starmer และแผนการคลังของ Rachel Reeves
-
การปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยของ BoE: แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในอังกฤษจะมีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาพลังงาน (น้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้นกว่า 20-30%) แต่ตลาดเริ่มไม่แน่ใจว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะกล้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อหรือไม่ เนื่องจากเศรษฐกิจในภาคส่วนอื่นเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวและอัตราว่างงานพุ่งแตะ 5.3% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ระดับราคาสำคัญทางเทคนิค (GBP/USD)
จากการวิเคราะห์กราฟเทคนิคในรอบ 4 ชั่วโมง (H4) และรายวัน (Daily):
| ระดับราคา | สถานะ | ความสำคัญ |
| 1.3510 | แนวต้านหลัก | เส้นค่าเฉลี่ย 50-day EMA หากไม่ผ่านระดับนี้ แนวโน้มยังเป็นขาลงชัดเจน |
| 1.3400 – 1.3425 | แนวต้านระยะสั้น | จุดที่เคยเป็นโซนพักตัวก่อนจะหลุดลงมาในสัปดาห์นี้ |
| 1.3340 | ราคาปัจจุบัน | กำลังทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200-day EMA จากด้านบน |
| 1.3300 – 1.3310 | แนวรับจิตวิทยา | หากหลุดระดับนี้ อาจมีแรงเทขายหนัก (Panic Sell) ไปสู่ 1.3200 |
มุมมองในระยะสั้น
นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศตัวเลข ISM Services PMI ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ หากผลออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด จะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และอาจกดดันให้ปอนด์หลุดแนวรับสำคัญที่ 1.3300 ได้ครับ
สรุป: ปอนด์กำลังเผชิญกับ “มรสุมรุมเร้า” ทั้งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ภายนอกและปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้ในระยะสั้นยังมีโอกาสอ่อนค่าลงได้อีก (Downside Bias) ครับ





