คู่เงิน GBP/JPY พุ่งสูงขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 213.00 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากสองปัจจัยขนานกัน: ฝั่งเงินเยนที่อ่อนค่าลงจากความกังวลด้านวินัยการคลัง และฝั่งเงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นจากการคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)
นี่คือสรุปข้อมูลเจาะลึกสถานการณ์ปัจจุบันครับ:
1. ฝั่งเงินเยน (JPY): อ่อนค่าจาก “Sanaenomics” และความกังวลด้านการคลัง
-
คำพูดของนายกฯ ทาคาอิชิ: นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิชิ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ (2 ก.พ. 2569) ว่า “เงินเยนที่อ่อนค่าถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมส่งออก” คำพูดนี้ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลอาจไม่เร่งรีบในการเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน ทำให้เงินเยนถูกเทขายทันที
-
ความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะ: ตลาดกังวลเกี่ยวกับแผนการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (Consumption Tax) และการอัดฉีดงบประมาณมูลค่ากว่า 1.37 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจซ้ำเติมปัญหาหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นที่สูงกว่า 230% ของ GDP อยู่แล้ว
-
นโยบาย BoJ ที่ล่าช้า: แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะคงดอกเบี้ยที่ 0.75% และส่งสัญญาณอยากปรับขึ้นต่อ แต่ความขัดแย้งกับนโยบายการคลังที่เน้นการใช้จ่ายของรัฐบาล ทำให้นักลงทุนมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะทำได้ยากและช้ากว่าที่คาด
2. ฝั่งเงินปอนด์ (GBP): จับตาการประชุม BoE (5 ก.พ. 2569)
-
การคงดอกเบี้ยที่ระดับสูง: ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ 3.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนธันวาคมที่ผ่านมาดีดตัวขึ้นมาที่ 3.4% ทำให้ BoE ไม่สามารถรีบลดดอกเบี้ยได้
-
ความต่างของดอกเบี้ย (Yield Differential): ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างอังกฤษ (3.75%) และญี่ปุ่น (0.75%) ยังคงกว้างมาก ทำให้นักลงทุนทำ Yen Carry Trade (กู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปซื้อสินทรัพย์สกุลเงินปอนด์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า) อย่างต่อเนื่อง
3. วิเคราะห์ทางเทคนิค GBP/JPY
-
แนวโน้มปัจจุบัน: ราคาอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน (Bullish Momentum) โดยข้ามผ่านแนวต้านสำคัญที่ 212.00 ขึ้นมาได้
-
แนวต้านถัดไป: อยู่ที่ระดับจิตวิทยา 215.00 และ 218.00
-
แนวรับสำคัญ: อยู่ที่บริเวณ 211.50 และ 210.00
สรุปประเด็นที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้
-
5 ก.พ. 2569 (19.00 น.): มติอัตราดอกเบี้ย BoE และรายงานนโยบายการเงิน (Monetary Policy Report)
-
8 ก.พ. 2569: การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น (Snap Election) ซึ่งหากพรรครัฐบาลชนะขาดลอย อาจหมายถึงการเดินหน้านโยบายการคลังแบบอัดฉีดเต็มตัว และกดดันเงินเยนให้อ่อนค่าลงไปอีก





