คู่เงิน EUR/USD ในช่วงเดือนมกราคม 2026 นี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากครับ โดยค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาซื้อขายกันวันนี้แถวระดับ 1.1858 (เพิ่มขึ้นประมาณ 0.9% จากต้นเดือน) ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เงินยูโรน่าดึงดูดกว่าดอลลาร์สหรัฐ ดังนี้ครับ:
1. ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป
การที่สหรัฐฯ ขู่จะตั้งกำแพงภาษี (Tariffs) ต่อสินค้าจากยุโรป และประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับ Greenland ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในฝั่งสหรัฐฯ เอง
-
ผลกระทบ: นักลงทุนเริ่มมองว่าดอลลาร์ไม่ใช่ “สินทรัพย์ปลอดภัย” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป และเริ่มกระจายความเสี่ยงออกมาถือครองเงินยูโรมากขึ้น
-
Fund Flow: เมื่อเกิดความตึงเครียดทางการค้า เงินมักจะไหลกลับเข้าสู่ยูโรโซนเพื่อรอประเมินสถานการณ์ (Funding Shift)
2. การลดความร้อนแรงของ “US Exceptionalism”
ในปี 2026 ความเชื่อที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะโตโดดเด่นกว่าใครเริ่มถูกท้าทาย
-
การเมืองใน Fed: ความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก่อนที่ประธาน Jerome Powell จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม 2026 สร้างความกังวลให้ตลาดดอลลาร์
-
หนี้สาธารณะสหรัฐฯ: ปัญหาหนี้ที่พุ่งสูงทำให้ความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง ส่งผลให้เงินไหลไปหาตลาดพันธบัตรยุโรปที่ดูมีวินัยทางการคลังมากกว่า
3. ยุโรปที่พึ่งพาตัวเองมากขึ้น (Strategic Autonomy)
การที่ยุโรปเร่งลงทุนในด้าน ความมั่นคงและพลังงานสะอาด ผ่านกองทุน NGEU ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น
-
ต้นทุนพลังงาน: ราคาก๊าซ LNG และน้ำมันดิบที่เริ่มมีเสถียรภาพในยุโรปช่วงต้นปี 2026 ช่วยลดการขาดดุลการค้าของยูโรโซนอย่างมีนัยสำคัญ
-
ความหวังด้านสันติภาพ: สัญญาณบวกเกี่ยวกับการเจรจาในยูเครนช่วยหนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยุโรปให้ฟื้นตัว
ตารางเปรียบเทียบปัจจัยขับเคลื่อน
| ปัจจัย (Factor) | ผลต่อ USD (ดอลลาร์) | ผลต่อ EUR (ยูโร) | แนวโน้ม EUR/USD |
| นโยบายกำแพงภาษี | ลบ (ความเสี่ยงสูงขึ้น) | บวก (เงินไหลกลับ) | แข็งค่าขึ้น |
| ดอกเบี้ย Fed vs ECB | เริ่มปรับลดดอกเบี้ย | คงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูง | แข็งค่าขึ้น |
| วิกฤตพลังงาน | คงที่ | คลี่คลายลง (เป็นบวก) | แข็งค่าขึ้น |
สรุป: ปัจจุบัน EUR/USD ถูกมองว่าเป็น “Geopolitical Trade” มากกว่าแค่เรื่องอัตราดอกเบี้ย นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เป้าหมายถัดไปอาจอยู่ที่ระดับ 1.20
จากการรวบรวมมุมมองของวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 นี้ ทั้ง Goldman Sachs และ JP Morgan มีมุมมองที่สอดคล้องกันว่า “ภูมิรัฐศาสตร์” (Geopolitics) ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สมการค่าเงินเปลี่ยนไป โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ:
1. Goldman Sachs: “The Structural Shift”
Goldman Sachs มองว่าการแข็งค่าของ EUR/USD ในระดับเหนือ 1.18 ไม่ใช่เรื่องชั่วคราว แต่เป็นการปรับฐานเชิงโครงสร้าง (Structural Re-rating)
-
มุมมองต่อ USD: นักวิเคราะห์ของ Goldman ระบุว่าดอลลาร์กำลังเผชิญกับ “Fiscal Fatigue” หรือความเหนื่อยล้าจากภาระการคลังของสหรัฐฯ การที่หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองภายใน ทำให้บทบาทของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ลดความขลังลง
-
มุมมองต่อ EUR: Goldman เน้นไปที่ “Energy Security” ของยุโรปที่ทำได้ดีเกินคาด การที่ยุโรปสามารถลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียได้เกือบสมบูรณ์และมีสต็อกก๊าซ LNG ในระดับสูง ทำให้ Eurozone มีความทนทานต่อแรงช็อกภายนอก (External Shocks) มากขึ้น
-
เป้าหมาย (Target): Goldman Sachs ปรับเป้าหมายระยะ 3-6 เดือนขึ้นไปที่ 1.21 หากการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายในสหรัฐฯ ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
2. JP Morgan: “Europe’s Strategic Autonomy”
JP Morgan เน้นน้ำหนักไปที่การที่ยุโรปเริ่ม “แสดงอำนาจ” ในเวทีโลกมากขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นในค่าเงินยูโร
-
Euro as a Proxy for Stability: ในบทวิเคราะห์ล่าสุด JP Morgan ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางความตึงเครียดในทะเลจีนใต้และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยุโรปถูกมองว่าเป็น “เกาะแห่งความมั่นคง” (Island of Stability) เนื่องจากมีระบบกฎหมายและนโยบายการเงินที่คาดเดาได้มากกว่า
-
Defense Spending: JP Morgan มองว่าการที่เยอรมนีและฝรั่งเศสเพิ่มงบประมาณกลาโหมอย่างมหาศาล ไม่ได้เป็นเพียงรายจ่าย แต่เป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมหนักในภูมิภาค ซึ่งช่วยหนุน GDP และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรง (FDI) เข้าสู่ยุโรป
-
คำเตือน (Risk): อย่างไรก็ตาม JP Morgan ยังคงระมัดระวังเรื่อง “Right-wing Populism” หรือการเติบโตของพรรคการเมืองขวาจัดในยุโรปที่อาจสั่นคลอนความเป็นเอกภาพของ EU ได้ในอนาคต
สรุปความเห็นเชิงเปรียบเทียบ
| หัวข้อวิเคราะห์ | Goldman Sachs | JP Morgan |
| ปัจจัยหนุนหลัก | ความมั่นคงทางพลังงาน & วินัยการคลังสหรัฐฯ | ยุโรปเป็นศูนย์กลางความมั่นคง (Stability) |
| ความเสี่ยงที่ต้องระวัง | เงินเฟ้อในยุโรปอาจกลับมาสูงกว่าคาด | ปัญหาการเมืองภายในกลุ่มประเทศ EU |
| มุมมองต่อ EUR/USD | Bullish (มองขึ้น) | Neutral-to-Bullish (ค่อนข้างบวก) |
| ระดับแนวต้านสำคัญ | 1.2050 | 1.1920 |





