ECB: วิกฤตเงินเฟ้อ (Inflation Shock) อาจบีบให้ต้อง “ขึ้นดอกเบี้ย” – BNP Paribas เตือนยุโรปเผชิญความเสี่ยงใหม่
BNP Paribas สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า แม้ในปี 2025 ที่ผ่านมา กระบวนการลดลงของเงินเฟ้อ (Disinflation) จะทำให้ ECB สามารถลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (Iran Conflict) กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่อาจทำให้ ECB ต้องกลับลำมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งครับ
1. มุมมองของ BNP Paribas ต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
-
From Disinflation to Inflation Shock: เดิมที BNP Paribas คาดว่า ECB จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.0% ตลอดปี 2026 แต่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและแก๊สธรรมชาติจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้สร้าง “ช็อก” ด้านอุปทาน (Supply Shock) ที่อาจผลักดันให้เงินเฟ้อยูโรโซนพุ่งแตะ 4.0% ภายในสิ้นปีนี้
-
Rate Hike Scenario: หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น (Escalation Scenario) BNP Paribas ประเมินว่า ECB จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนพลังงาน แม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปจะอยู่ในภาวะอ่อนแอ (Stagflation) ก็ตาม
-
The Policy Dilemma: ECB กำลังเดินอยู่บนเส้นด้าย ระหว่างการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ (ซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว) หรือการนิ่งเฉยเพื่อประคองการเติบโต (ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อหลุดการควบคุม)
2. สถิติและตัวเลขที่น่าสนใจ (ปี 2026)
-
Inflation Target: ปัจจุบันเงินเฟ้อยูโรโซนขยับขึ้นมาที่ 1.9% – 2.0% (เกือบแตะเป้าหมาย) แต่ Core Inflation (เงินเฟ้อพื้นฐาน) ยังค้างอยู่ที่ 2.4%
-
Growth Forecast: BNP Paribas ปรับลดคาดการณ์ GDP ยูโรโซนปี 2026 ลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.3% – 1.5% เนื่องจากผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น





