spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXทรัมป์ลั่น: “ไม่คิดว่าผมอยากจะทำข้อตกลงกับอิหร่านแล้ว”

ทรัมป์ลั่น: “ไม่คิดว่าผมอยากจะทำข้อตกลงกับอิหร่านแล้ว”

ทรัมป์ลั่น: “ไม่คิดว่าผมอยากจะทำข้อตกลงกับอิหร่านแล้ว”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวระหว่างการร่วมงานแคมเปญหาเสียงในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเทกซัส โดยระบุอย่างชัดเจนว่า เขาไม่สนใจที่จะทำข้อตกลงทางการทูตกับอิหร่านอีกต่อไป แม้ก่อนหน้านี้ Steve Witkoff ทูตพิเศษของสหรัฐฯ จะอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเจรจาก็ตาม

ประเด็นสำคัญจากคำแถลงและรายงานข่าว:

  • ท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์: ทรัมป์ระบุว่า “อิหร่านพร้อมที่จะเสนอทุกอย่างให้กับเราเพื่อให้เราหยุด” แต่เขามองว่าข้อตกลงทางการทูต “ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากทำอีกแล้ว”

  • เตรียมยกระดับปฏิบัติการทางทหารก่อนเลือกตั้งกลางเทอม: รายงานจาก CNBC และ NBC News ระบุว่า ทรัมป์และทีมความมั่นคงกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการ กลับมาเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารและการทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ (Large-scale bombing) ใส่โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พฤศจิกายน)

  • การโต้ตอบจากฝั่งอิหร่าน: โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน (Esmail Baghaei) ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของทรัมป์ โดยระบุว่าอุปสรรคที่แท้จริงของการเจรจาไม่ได้อยู่ที่อิหร่าน แต่เกิดจาก จุดยืนที่สับสนและสัญญาณที่ไม่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เอง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)

  1. Geopolitical Risk Premium พุ่งสูงขึ้นปราบเศรษฐกิจ:

    คำประกาศคัดค้านข้อตกลงทางการทูตของทรัมป์ ร่วมกับกระแสข่าวการเตรียมเปิดฉากทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ดับหวังการเจรจาหยุดยิงและปิดฉากข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซลงทันที ปัจจัยนี้จะสร้างแรงหนุนมหาศาลต่อ พรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium) ในตลาดการเงิน

  2. กดดันราคาน้ำมันดิบ (WTI / Brent) ให้ทรงตัวในระดับสูง:

    แม้ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจะเริ่มฟื้นตัว แต่ข่าวการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการปิดล้อมทางทะเลที่ยังดำเนินอยู่ จะทำให้ตลาดกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันตึงตัว (Supply Disruption) ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อฝั่งอุปทาน (Cost-Push Inflation) ให้ค้างสูงต่อไป

  3. การไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Flows):

    ความไม่แน่นอนทางทหารที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และ ทองคำ (Spot Gold) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ

แนวรับ – แนวต้าน ราคาทองคำ (Spot Gold / XAUUSD)

อ้างอิงจากระดับราคาเคลื่อนไหวล่าสุดบริเวณ $4,120 – $4,140/ออนซ์

กรอบการลงทุน ระดับราคา (USD/oz) ความหมายเชิงเทคนิค
แนวต้าน 2 (Resistance 2) $4,250.00 – $4,275.00 โซนแนวต้าน H4 / จุดทับซ้อนเส้น SMA 100 วัน
แนวต้าน 1 (Resistance 1) $4,180.00 – $4,200.00 แนวต้านจิตวิทยาสำคัญเดิมที่เคยล้มเหลวในการผ่านขึ้นไป
แนวรับ 1 (Support 1) $4,100.00 แนวรับแรกทางเทคนิคระยะสั้น
แนวรับ 2 (Support 2) $4,000.00 – $4,082.00 แนวรับหลักทางจิตวิทยา (Major Support Zone)

บทสรุปจาก THAIFRX.COM

ถ้อยแถลงล่าสุดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าไม่ต้องการทำข้อตกลงกับอิหร่านแล้ว ร่วมกับรายงานข่าวเรื่องการเตรียมเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารระลอกใหม่ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ถือเป็น ปัจจัยลบต่อบรรยากาศการลงทุน (Risk-off Sentiment) ที่สลายความหวังเรื่องการสันติภาพในระยะสั้นลงทันที

สถานการณ์นี้จะส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบและทองคำ ได้รับแรงหนุนจากพรีเมียมความเสี่ยงสงครามเพิ่มขึ้นชั่วคราว อย่างไรก็ดี เนื่องจากตลาดทองคำยังคงโดนกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yields) และคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed การรีบาวด์ของทองคำอาจยังถูกจำกัดอยู่ใต้โซนแนวต้าน $4,180 – $4,200 ในขณะที่แนวรับสำคัญทางจิตวิทยายังคงอยู่ที่โซน $4,100 และ $4,000 แนะนำให้นักเทรดติดตามรายงานข่าวการเมืองและสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX