“เงินปอนด์ดิ่งสู่จุดต่ำสุดใหม่นับตั้งแต่เดือนเมษายน สวนทางดอลลาร์แข็งค่า ท่ามกลางวิกฤตการเมืองอังกฤษ“
-
GBP/USD ร่วงติดต่อกัน 3 วัน หลุดระดับ 1.3200: คู่เงิน GBP/USD เผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่องเป็นวันทำการที่ 3 ติดต่อกัน โดยราคาร่วงทะลุระดับ 1.3200 ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดใหม่นับตั้งแต่เดือนเมษายนในช่วงเซสชันเอเชียวันศุกร์ ปัจจัยพื้นฐานโดยรวมชี้ชัดว่าทิศทางของราคาที่ง่ายที่สุดในตอนนี้คือการปรับตัวลงต่อ (Path of least resistance remains to the downside)
-
การเมืองอังกฤษระอุ แอนดี เบิร์นแฮม เตรียมท้าชิงเก้าอี้นายกฯ: เงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) กลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนแอที่สุดเนื่องจากความเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศ โดยในวันศุกร์นี้ แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) นายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางตอนเหนือของอังกฤษ ซึ่งเป็นการเปิดทางให้เขาเตรียมเข้าท้าชิงและโค่นเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี คีร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) โดยเบิร์นแฮมแถลงว่า นี่คือ “จุดเปลี่ยน” และเป็นโอกาสสุดท้ายที่พรรคจะต้องเปลี่ยนทิศทางผู้นำ
-
ตลาดหั่นคาดการณ์ดอกเบี้ย BoE หลังเงินเฟ้อแผ่วและดีลน้ำมันช่วยลดแรงกดดัน: นักเทรดได้ลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรง หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานในสัปดาห์นี้ออกมาต่ำกว่าคาด ประกอบกับความหวังในข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ช่วยลดความกังวลเรื่องวิกฤตราคาพลังงาน (Energy Shock) ส่งผลให้ BoE มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เฉยๆ ซึ่งปัจจัยนี้ซ้ำเติมให้เงินปอนด์อ่อนค่าลง
-
ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าทั่วกระดานรับสองเด้ง: ในทางตรงกันข้าม เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) พุ่งทะยานใกล้จุดสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม เนื่องจาก:
-
เฟดสายเหยี่ยว: ผลการประชุม FOMC และถ้อยแถลงของประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปี 2026 นี้
-
ดีลการทูตสะดุดและการโจมตีในเลบานอน: ข่าว เจดี แวนซ์ เลื่อนทริปเจรจากับอิหร่านในสวิตเซอร์แลนด์ ประกอบกับเหตุการณ์อิสราเอลส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศในเลบานอน ซึ่งอาจทำให้ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านล่มสลายลง ปัจจัยความเสี่ยงนี้ผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าหาดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven)
-
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
ทีมงาน THAIFRX วิเคราะห์ปัจจัยกดดันซ้อนปัจจัยกดดัน (Double Whammy) ของเงินปอนด์ไว้ดังนี้:
-
ความไม่แน่นอนของผู้นำอังกฤษ (UK Political Turmoil): ตลาดการเงินไม่ชอบความคลุมเครือ การที่ แอนดี เบิร์นแฮม ชนะเก้าอี้ในสภาเพื่อเตรียมเลื่อยขาเก้าอี้นายกฯ คีร์ สตาร์เมอร์ หมายความว่ารัฐบาลอังกฤษกำลังจะเข้าสู่สภาวะระส่ำระสายภายใน (Internal Power Struggle) ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอการดึงเงินเข้าลงทุนในสินทรัพย์ของอังกฤษ ดันให้เงินปอนด์ถูกทิ้งดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
-
ระเบิดเวลาลูกใหม่ในตะวันออกกลาง: แม้สหรัฐฯ จะประกาศยกเลิกการปิดล้อมน่านน้ำและเปิดช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว แต่การที่อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอน (Lebanon Air Strikes) ในวันนี้ ถือเป็น “ตัวแปรแทรกซ้อน” (Wildcard) ที่อาจทำให้รัฐบาลอิหร่านเปลี่ยนใจคว่ำบาตรการเจรจาในวันหยุดสุดสัปดาห์ ความกลัวว่าสงครามจะขยายวงกว้างขึ้นกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ มีแรงซื้อคืนมหาศาล บีบให้ GBP/USD ร่วงลงแรงจากยอดคลื่นสัปดาห์นี้ที่ 1.3460 ลงมามากกว่า 250 จุด
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (GBP/USD)
กราฟเทคนิคเปลี่ยนแนวโน้มเข้าสู่ขาลงเต็มตัวในระยะสั้น หลังจากหลุดแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1.3250 และ 1.3200 ลงมาอย่างรุนแรง:
-
แนวต้าน (Resistance):
-
R1:
1.3250(อดีตแนวรับที่กลายมาเป็นแนวต้านสำคัญในวันนี้) -
R2:
1.3345(โซนกรอบล่างของเครื่องมือ Bollinger Band เดิมที่พึ่งหลุดลงมา) -
R3:
1.3460(จุดสูงสุดประจำสัปดาห์ ซึ่งกลายเป็นแนวต้านใหญ่ของรอบนี้)
-
-
แนวรับ (Support):
-
S1:
1.3140 - 1.3150(แนวรับย่อยที่มีการสะสมราคาในอดีตช่วงเดือนเมษายน) -
S2:
1.3000(แนวรับโครงสร้างหลักและแนวรับจิตวิทยาตัวเลขกลมๆ ขนาดใหญ่ หากหลุดโซนนี้จะเข้าสู่สภาวะดิ่งเหวระยะยาว)
-
📝 บทสรุปมุมมองและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“การเมืองอังกฤษป่วน ผนวกภัยสงครามเลบานอนปะทุ – กลยุทธ์เด้ง Sell ยังคงได้เปรียบสูงสุด”: ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า ค่าเงินปอนด์ในเวลานี้ขาดปัจจัยหนุนอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของนโยบายการเงินของ BoE ที่ไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย และวิกฤตการเมืองภายในพรรครัฐบาลเอง ในขณะที่ฝั่งดอลลาร์ได้แรงหนุนเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากสภาวะ Risk-Off (ความเสี่ยงสงครามเลบานอน) ดังนั้น การรีบาวด์หรือการดีดตัวสลับขึ้นมาของราคาระหว่างวัน ถือเป็นโอกาสในการเปิดสถานะฝั่งขายมากกว่า
💡 แนะนำกลยุทธ์การเทรด:
กลยุทธ์หลัก (Bounce to Sell): แนะนำให้รอจังหวะที่กราฟราคาดีดตัวกลับขึ้นมาทดสอบแนวต้านระยะสั้นบริเวณ
1.3240 - 1.3250แล้วไม่สามารถผ่านได้ โดยเกิดสัญญาณกลับตัวของแท่งเทียนในไทม์เฟรม H1 หรือ H4 ให้เปิดสถานะ Sell/Short โดยมีเป้าหมายทำกำไรอยู่ที่1.3150และถัดไปที่1.3050ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้เหนือระดับ1.3290จับตาตัวเลข Retail Sales: ในช่วงบ่ายนี้จะมีการประกาศตัวเลขยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของอังกฤษ หากตัวเลขอออกมาแย่กว่าคาด จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้ GBP/USD ทรุดลงหาแนวรับถัดไปได้เร็วยิ่งขึ้นครับ




