ราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate) ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่ขัดแย้งกันระหว่าง “ปัจจัยลบ” จากสต็อกน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และ “ปัจจัยบวก” จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ครับ
ประเด็นสำคัญ: สต็อกน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งสูงเกินคาด
รายงานจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยข้อมูลที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด:
-
ปริมาณสต็อกน้ำมันดิบ: เพิ่มขึ้นถึง 8.53 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก (เดิมคาดว่าจะลดลงประมาณ 2 แสนบาร์เรล)
-
ระดับสต็อก: ตัวเลขนี้ถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สะท้อนถึงภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ในฝั่งสหรัฐฯ
-
สต็อกน้ำมันเบนซิน: เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 1.2 ล้านบาร์เรล บ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในประเทศอาจยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร
ปัจจัยที่พยุงราคาไม่ให้หลุดต่ำกว่า $60.00
แม้สต็อกจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ราคากลับไม่ได้ดิ่งลงรุนแรงและยังพยายามทรงตัวแถวระดับ $64.00 – $65.00 เนื่องจาก:
-
ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิอิหร่าน: มีรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองไปยังตะวันออกกลาง และการที่อิหร่านประกาศว่าขีปนาวุธเป็น “เส้นแดง” ที่เจรจาไม่ได้ ทำให้ตลาดกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน
-
ข้อมูลเศรษฐกิจ: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ช่วยหนุนมุมมองว่าเศรษฐกิจยังเติบโตและจะต้องการใช้พลังงานต่อเนื่อง
แนวโน้มและมุมมองทางเทคนิค
| ระดับราคาสำคัญ | รายละเอียด |
| แนวต้านหลัก ($66.25) | หากราคาสามารถทะลุผ่านจุดนี้ได้ มีโอกาสวิ่งไปทดสอบช่วง $68.00 – $69.00 |
| ระดับปัจจุบัน ($64.60 – $65.00) | ราคากำลังทดสอบแนวต้านจิตวิทยาที่ $65.00 |
| แนวรับสำคัญ ($62.39) | เป็นระดับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (EMA) หากหลุดจากจุดนี้อาจเห็นการเทขายไปที่ $60.00 |
สรุป: ราคาน้ำมันตอนนี้เหมือน “กำลังยื้อกัน” ระหว่างข่าวสต็อกน้ำมันที่ล้นตลาด (Bearish) กับความเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลาง (Bullish) ทำให้ราคายังเคลื่อนไหวในกรอบแคบต่ำกว่า $65.00 เล็กน้อย



