spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXการคาดการณ์ราคาสินเงิน: XAG/USD หลังจากร่วงลงต่ำกว่า 65.50 ดอลลาร์ เนื่องจากความน่าดึงดูดในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง

การคาดการณ์ราคาสินเงิน: XAG/USD หลังจากร่วงลงต่ำกว่า 65.50 ดอลลาร์ เนื่องจากความน่าดึงดูดในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง

ราคาเงิน (XAG/USD) ได้เผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยร่วงลงจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เหนือ $120 ลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ $65.50 ในบางช่วง (ก่อนจะพยายามฟื้นตัวกลับมาแถว $70 – $74 ในปัจจุบัน)

สรุปสถานการณ์และแนวโน้มราคาเงิน (Forecast) มีดังนี้ครับ:

1. สาเหตุของการร่วงลงหลุด $65.50

  • The Warsh Effect: จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งมีภาพลักษณ์ “สายเหยี่ยว” (Hawkish) ที่ต้องการปราบเงินเฟ้ออย่างจริงจัง ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทันทีและลดแรงดึงดูดของโลหะมีค่า

  • Safe-haven Demand ลดลง: สัญญาณการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่โอมาน รวมถึงท่าทีที่อ่อนลงของทรัมป์เกี่ยวกับภาษีศุลกากรบางประเทศ ทำให้ความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ลดลงอย่างรวดเร็ว

  • การปรับ Margin ของ CME: ตลาดล่วงหน้ามีการปรับเพิ่มอัตราหลักประกัน (Margin) สำหรับสัญญาแร่เงิน ทำให้เทรดเดอร์ที่ถือสถานะซื้อ (Long) จำนวนมากถูกบังคับขาย (Liquidated) จนเกิดการดิ่งลงแบบ “Flash Crash” กว่า 30% ในวันเดียว

 

2. คาดการณ์ราคา (XAG/USD Forecast 2026)

นักวิเคราะห์แบ่งแนวโน้มออกเป็น 2 ระยะดังนี้:

ระยะเวลา เป้าหมายราคา มุมมองทางเทคนิคและปัจจัยหนุน
ระยะสั้น (ก.พ. 2026) $56 – $75 ราคาอยู่ในช่วง Consolidation (สร้างฐานใหม่) หลังการเทขายรุนแรง หากยืนเหนือ $70 ไม่ได้ มีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับที่ $64.00 – $56.00
ระยะยาว (ปลายปี 2026) $100 – $150 ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งจาก อุปสงค์อุตสาหกรรม (แผงโซลาร์เซลล์ และ EV) และภาวะขาดแคลนแร่เงินทั่วโลกเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

3. ระดับราคาที่ต้องจับตา (Key Levels)

  • แนวต้านสำคัญ: $85.00 และ $92.00 (หากทะลุได้จะกลับเป็นขาขึ้นเต็มตัว)

  • ระดับปัจจุบัน: ~$73.36 (ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดหลังหลุด $65.50)

  • แนวรับวิกฤต: $64.00 (หากหลุดระดับนี้ แนวโน้มขาขึ้นระยะยาวจะเสียรูปทรง)

 


4. ปัจจัยที่จะทำให้ราคากลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง

  • ความล้มเหลวของการเจรจา: หากการคุยกับอิหร่านล่ม หรือเกิดความตึงเครียดครั้งใหม่ในภูมิภาค

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว: หากตัวเลขจ้างงาน (NFP) และเงินเฟ้อ (CPI) ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้าออกมาแย่กว่าคาด จะกดดันดอลลาร์และส่งผลบวกต่อเงินทันที

  • Short Squeeze: การที่มีแรงเทขายออกมามากเกินไปในช่วงก่อนหน้า อาจทำให้เกิดแรงซื้อคืนอย่างรวดเร็วเมื่อราคาเริ่มนิ่ง

สรุป: การหลุด $65.50 คือการ “Reset” ตลาดที่ร้อนแรงเกินไป (Overbought) ครับ แม้ระยะสั้นจะดูเปราะบาง แต่ตราบใดที่ราคาไม่หลุด $64.00 นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่านี่คือ “โอกาสในการเข้าซื้อสะสม” สำหรับเป้าหมาย $100 ในปีนี้ครับ

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX