สถานการณ์ของคู่เงิน EUR/USD ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 นี้มีความน่าสนใจมากครับ โดยตัวเลขพุ่งขึ้นมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 1.1890 – 1.1900 ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายเดือน
สาเหตุหลักที่ทำให้ Euro แข็งค่าขึ้น (Firms up) ไม่ได้มาจากปัจจัยภายในยุโรปเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “แรงกดดันต่อนโยบายของสหรัฐฯ” ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในดุลลาร์ ดังนี้ครับ:
1. นโยบาย “Sell America” และความขัดแย้งเรื่อง Greenland
-
ชนวนเหตุ: ทรัมป์ได้ยกระดับความตึงเครียดกับยุโรปโดยขู่จะเก็บภาษีศุลกากร (Tariffs) สูงถึง 25% กับกลุ่มประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าไปมีบทบาทหรือควบคุม เกาะกรีนแลนด์ (Greenland)
-
ผลกระทบ: ตลาดมองว่านี่เป็นนโยบายที่สร้างความไม่แน่นอนสูง (Chaotic Policies) ทำให้นักลงทุนเริ่ม “เทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ” (Sell America Trade) และย้ายเงินเข้าสู่ Euro ในฐานะสกุลเงินทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าชั่วคราว
2. การแทรกแซงความเป็นอิสระของ Fed
-
ทรัมป์ได้เปิดการสอบสวนประธาน Fed Jerome Powell เกี่ยวกับการใช้งบประมาณปรับปรุงสำนักงานใหญ่ ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นการ “กดดันทางการเมือง” เพื่อให้ Fed ลดอัตราดอกเบี้ยลงตามความต้องการของเขา2
-
เมื่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางถูกตั้งคำถาม “ความน่าเชื่อถือของดอลลาร์” จึงลดลง ส่งผลให้เงินไหลออกไปหา EUR และ JPY แทน
3. นโยบายภาษีศุลกากรที่ย้อนกลับมาทำร้ายดอลลาร์
-
แม้ภาษีศุลกากรควรจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าในเชิงทฤษฎี แต่ในรอบนี้ตลาดกังวลเรื่อง “สงครามการค้าโลก” ที่อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญกับสภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจหยุดชะงัก)
-
นักลงทุนจึงเลือกที่จะป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ด้วยการถือครอง Euro มากขึ้น จนทำให้ EUR/USD ทะลุแนวต้านสำคัญหลายระดับ
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค EUR/USD
| ระดับราคา | สถานะ | นัยสำคัญ |
| 1.1919 | แนวต้านสำคัญ | จุดสูงสุดเดิมของปี 2568 หากทะลุได้อาจไปถึง 1.2000 |
| 1.1850 | แนวรับปัจจุบัน | จุดที่ราคาพยายามรักษาระดับไว้เพื่อสะสมพลังขึ้นต่อ |
| 1.1760 | แนวรับแข็งแกร่ง | หากหลุดระดับนี้ แสดงว่าแรงหนุนจากข่าวการเมืองเริ่มแผ่วลง |





