มุมมองของดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในช่วงต้นปี 2569 นี้ กำลังเผชิญกับสภาวะที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “Bearish Outlook” (แนวโน้มขาลง) ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกระจายตัวมากขึ้นครับ
แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงมีความแข็งแกร่ง (GDP ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 4.4%) แต่ทำไมดอลลาร์ถึงถูกมองว่าเป็นขาลง? นี่คือสรุปปัจจัยสำคัญครับ:
1. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก (Global Growth Convergence)
-
ความเหลื่อมล้ำลดลง: ในช่วงปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ เติบโตทิ้งห่างประเทศอื่น แต่ในปี 2569 เศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ยุโรป (EU) และ อินเดีย เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น (โดยเฉพาะหลังดีล FTA ประวัติศาสตร์)
-
การเคลื่อนย้ายเงินทุน: เมื่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมดูดีขึ้น นักลงทุนมักจะย้ายเงินออกจาก “สินทรัพย์ปลอดภัย” อย่างดอลลาร์สหรัฐ ไปลงทุนใน “สินทรัพย์เสี่ยง” ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในตลาดเกิดใหม่หรือยุโรป
2. นโยบายการเงินของ Fed (Interest Rate Differentials)
-
จุดอิ่มตัวของดอกเบี้ย: แม้ Fed จะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงในเดือนนี้ แต่ตลาดมองว่า Fed ไม่มีพื้นที่ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกแล้ว และกำลังรอจังหวะ “ปรับลด” ในช่วงครึ่งหลังของปี
-
ส่วนต่างดอกเบี้ยแคบลง: เมื่อธนาคารกลางอื่นๆ (เช่น ECB หรือ BoC) เริ่มส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยหรือลดในอัตราที่ช้ากว่า Fed จะทำให้เสน่ห์ของดอลลาร์ในแง่ของผลตอบแทนพันธบัตรลดน้อยลง
3. ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า
-
ความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ: ความกังวลเรื่องภาษีศุลกากร (Tariffs) และความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับ Fed (ประเด็นความเป็นอิสระของ Jerome Powell) ทำให้นักลงทุนบางส่วนลดการถือครองดอลลาร์เพื่อกระจายความเสี่ยง
-
การลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization): แม้ดอลลาร์จะยังเป็นสกุลเงินหลัก แต่การที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เริ่มใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าขายมากขึ้น (เช่น ในดีลอินเดีย-EU) เป็นปัจจัยกดดันระยะยาว
4. สรุปทางเทคนิค (USD Index – DXY)
-
ปัจจุบันดัชนีดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หากหลุดแนวรับสำคัญที่ 96.50 อาจนำไปสู่แรงเทขายรอบใหญ่ได้





