GBP/USD พุ่งแตะ 1.3465: ปอนด์แข็งค่ารับวิกฤตความเชื่อมั่น Fed หลัง Powell ถูกสอบสวน
เงินปอนด์ (GBP) ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาอยู่ที่ระดับ 1.3465 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในช่วงการซื้อขายที่ยุโรปวันจันทร์ หลังจากเปิดตลาดอย่างซบเซาที่ 1.3390 โดยมีปัจจัยกระตุ้นสำคัญจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองในสหรัฐฯ
1. วิกฤตศรัทธาต่อดอลลาร์: ประธาน Fed ถูกตั้งข้อหาอาญา
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ร่วงลง 0.3% มาอยู่ที่ระดับ 98.80 หลังจากมีข่าวช็อกตลาด:
-
การสอบสวน Jerome Powell: กระทรวงยุติธรรม (DoJ) ออกหมายเรียก Powell เกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณซ่อมแซมสำนักงานใหญ่ และการให้การต่อวุฒิสภาในปี 2025
-
การตอบโต้ของ Powell: เขาระบุว่าข้อกล่าวหานี้เป็นเพียง “ข้ออ้าง (Pretext)” ของฝ่ายบริหาร (ประธานาธิบดีทรัมป์) เพื่อกดดันความเป็นอิสระของธนาคารกลาง เนื่องจากเขาไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ยตามความต้องการของทำเนียบขาว
-
มุมมองตลาด: ความขัดแย้งนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า Fed จะเสียความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อเสถียรภาพของดอลลาร์
2. ถ้อยแถลงจากสายเหยี่ยว: Raphael Bostic (Fed)
ท่ามกลางความวุ่นวาย Raphael Bostic ประธาน Fed สาขาแอตแลนตา ได้ออกมาเน้นย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าว:
-
เป้าหมายเงินเฟ้อ: เขากล่าวว่า Fed จำเป็นต้อง “จดจ่อ (Laser-focused)” กับการดึงเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2% แม้ตลาดแรงงานจะเริ่มเย็นตัวลง
-
แนวโน้มดอกเบี้ย: Bostic แสดงท่าทีว่าอาจไม่มีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2026 นี้ (สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้) เพื่อควบคุมระดับราคาสินค้าที่ยังสูงอยู่
📊 ปัจจัยที่ต้องติดตามในวันพรุ่งนี้ (อังคารที่ 13 ม.ค.)
ตลาดกำลังเข้าสู่โหมดเฝ้าระวังข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหญ่ ซึ่งจะกำหนดทิศทางของ GBP/USD ในระยะกลาง:
-
ฝั่งอังกฤษ (GBP): ตัวเลขการจ้างงานและอัตราว่างงาน (เพื่อดูว่า BoE จะลดดอกเบี้ยหรือไม่)
-
ฝั่งสหรัฐฯ (USD): ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หากเงินเฟ้อออกมาสูง ดอลลาร์อาจดีดกลับมาแข็งค่าและกดดันปอนด์ได้อีกครั้ง
📈 สรุปแนวโน้มทางเทคนิค
-
แนวรับ: 1.3360 – 1.3390 (เส้น 200-day SMA ที่ราคายังรักษาฐานไว้ได้)
-
แนวต้าน: 1.3500 – 1.3550 (หากผ่าน 1.3500 ได้ จะเป็นสัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้นที่ชัดเจน)





