พันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นพุ่งรับข่าวการลดปริมาณการออกพันธบัตร
ประเด็นสำคัญของข่าว:
-
ราคาพันธบัตรระยะยาวดีดตัวขึ้น: ราคาพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ประเภทระยะยาวพิเศษ (Super-long bonds) ปรับตัวสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังจากมีรายงานจาก Reuters ว่ารัฐบาลอาจ ลดปริมาณการออกพันธบัตรใหม่ ในปีงบประมาณหน้า ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply)
-
อัตราผลตอบแทน (Yield) ปรับลดลง: * อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.45% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.395%
-
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 20 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 2.965%
-
(หมายเหตุ: ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนจะเคลื่อนที่สวนทางกัน)
-
ความเคลื่อนไหวของพันธบัตรระยะสั้นและนโยบายการเงิน:
-
พันธบัตรระยะสั้นสวนทาง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ปรับตัว สูงขึ้น เป็น 1.11% เนื่องจากความต้องการในงานประมูลลดน้อยลง ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนกำลังเดิมพันว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ในเร็วๆ นี้
-
สัญญาณจากผู้ว่าการ BOJ: นาย Kazuo Ueda ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมั่นคง สู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ของธนาคารกลาง
สถานการณ์ค่าเงินเยน:
-
เงินเยนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย: อยู่ที่ประมาณ 155.715 เยนต่อดอลลาร์ (บวก 0.11%)
-
จับตาการแทรกแซง: ตลาดกำลังเฝ้าระวังการเข้าแทรกแซงจากรัฐบาล หลังจากรัฐมนตรีกระทรวงการคลังได้ออกมาคำเตือนอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าของเงินเยน
บทวิเคราะห์สรุป:
ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสองแรงบวก-ลบ คือ ความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากการจัดการอุปทานพันธบัตรที่มีแนวโน้มจะลดลงครับ
ภาพรวมของ เงินเยน (JPY) ในสัปดาห์หน้า (สัปดาห์สุดท้ายของปี 2025 ต่อเนื่องต้นปี 2026) มีแนวโน้มที่จะ “แข็งค่าขึ้นแบบระมัดระวัง” โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และแรงกดดันจากการเข้าแทรกแซงของรัฐบาลครับ
นี่คือสรุปประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา:
1. ปัจจัยหนุนการแข็งค่า (Bullish Factors)
-
ดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 30 ปี: การที่ BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เงินเยนเริ่มตั้งหลักได้ และมีแนวโน้มจะไปแตะระดับ 155.00 หรือต่ำกว่านั้นหากดอลลาร์อ่อนค่าลง
-
การแทรกแซงจากรัฐบาล: รมว.คลังญี่ปุ่น (Katayama) ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งทำให้ตลาดระมัดระวังการถือสถานะ Short JPY ในช่วงวันหยุดที่มีสภาพคล่องต่ำ (Thin Liquidity) เพราะอาจเกิดการกระชากของราคาได้ง่าย
-
เงินเฟ้อโตเกียว (Tokyo CPI): ตัวเลขเงินเฟ้อของโตเกียวที่ประกาศล่าสุดยังคงอยู่ในระดับสูง (ประมาณ 2.6% – 2.8%) ซึ่งเสริมความเชื่อมั่นว่า BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในปี 2026
2. ปัจจัยกดดัน (Bearish Factors)
-
ส่วนต่างดอกเบี้ย (Yield Gap): แม้ญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ย แต่เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ (USD) ที่ดอกเบี้ยยังอยู่สูงกว่า 3% ส่วนต่างนี้ยังคงจูงใจให้เกิดการทำ Carry Trade (ยืมเยนไปลงทุนสกุลอื่น) ซึ่งจะคอยกดดันไม่ให้เยนแข็งค่าไปไกลนัก
-
สภาพคล่องต่ำช่วงปีใหม่: สัปดาห์สุดท้ายของปีมักจะมีปริมาณการซื้อขายเบาบาง ซึ่งอาจทำให้ค่าเงิน “แกว่งตัวอย่างไร้ทิศทาง” หรือเกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงผิดปกติ (Flash Move) หากมีข่าวลบแทรกเข้ามา
3. ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า (ที่ต้องเฝ้าระวัง)
| วันที่ | รายการสำคัญ | ผลกระทบต่อ JPY |
| 29 ธ.ค. | Summary of Opinions (สรุปความเห็นกรรมการ BOJ) | สูง: ตลาดจะดูสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไป |
| 30 ธ.ค. | สภาพคล่องเริ่มลดลงก่อนปิดปีใหม่ | ปานกลาง: ระวังความผันผวนสูง |
| ต้น ม.ค. 2026 | การเปิดตลาดปีใหม่ (New Year Re-opening) | สูง: มักมีการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ |
สรุปกรอบการเคลื่อนไหว (คาดการณ์)
-
คู่เงิน USD/JPY: คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 154.50 – 156.80
-
กลยุทธ์: ในช่วงสัปดาห์หน้า แนะนำให้ระวังการไล่ราคาในช่วงที่ตลาดเบาบาง และจับตารายงานสรุปความเห็นของ BOJ ในวันที่ 29 ธ.ค. ให้ดีครับ เพราะจะเป็นเข็มทิศสำหรับทิศทางเงินเยนในช่วงเดือนมกราคม 2026
🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ คริปโตที่ลิ้งค์ ข้างล่าง
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0




