ข้อมูลล่าสุด ณ ต้นปี 2569 สหรัฐอเมริกายังคงครองตำแหน่งประเทศที่มีทองคำสำรองมากที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณมากกว่า 8,000 ตัน ซึ่งมากกว่าอันดับ 2 และ 3 รวมกันเสียอีก
นี่คืออันดับ 10 ประเทศที่มีทุนสำรองทองคำมากที่สุดในโลก (อ้างอิงข้อมูลประมาณการล่าสุดจากสภาทองคำโลกและธนาคารกลางต่าง ๆ):
ตารางอันดับประเทศสำรองทองคำสูงสุด (หน่วย: ตัน)
| อันดับ | ประเทศ | ปริมาณทองคำ (ตัน) | หมายเหตุ |
| 1 | สหรัฐอเมริกา | 8,133.5 | เก็บรักษาหลักที่ Fort Knox |
| 2 | เยอรมนี | 3,351.6 | มากที่สุดในยุโรป |
| 3 | อิตาลี | 2,451.9 | เน้นถือครองเพื่อเสถียรภาพเงินตรา |
| 4 | ฝรั่งเศส | 2,437.0 | แทบไม่มีการขายออกในช่วงหลายปี |
| 5 | รัสเซีย | 2,350.0 | เร่งสะสมต่อเนื่องจากเหมืองในประเทศ |
| 6 | จีน | 2,304.0 | เพิ่มสัดส่วนเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ |
| 7 | สวิตเซอร์แลนด์ | 1,040.0 | ศูนย์กลางการค้าทองคำโลก |
| 8 | อินเดีย | 880.0 | ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ซื้อเพิ่มต่อเนื่อง |
| 9 | ญี่ปุ่น | 846.0 | เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา |
| 10 | ตุรกี / เนเธอร์แลนด์ | ~615.0 | ตุรกีมีการซื้อขายหมุนเวียนบ่อยครั้ง |
วิเคราะห์เทรนด์การถือครองทองคำในปี 2568-2569
-
ธนาคารกลางกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets): เช่น จีน อินเดีย และโปแลนด์ เป็นกลุ่มที่เข้าซื้อทองคำมากที่สุดในช่วงปี 2568 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
-
ราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่: ในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก (ทำสถิติ All-Time High ใหม่) ทำให้มูลค่าทุนสำรองในรูปดอลลาร์ของประเทศเหล่านี้พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
-
ประเทศไทย: ปัจจุบันไทยอยู่อันดับที่ประมาณ 18-22 ของโลก (ขึ้นอยู่กับการปรับสัดส่วนรายไตรมาส) โดยถือครองทองคำอยู่ประมาณ 235-244 ตัน ซึ่งถือเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์





