🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0
ก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2565 ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน ดัชนี SET ทำท่าจะหลุด 1,500 จุดอยู่รอมร่อ หลังจากปรับตัวลงมาต่ำกว่า 1,600 จุด นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มิ.ย. 2565 เป็นต้นมา
มองไปข้างหน้ายังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความผันผวนมากมาย ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับนักวิเคราะห์ถึงมุมมองและคำแนะนำการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้
เริ่มจาก “ชาญชัย พันทาธนากิจ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นครึ่งปีหลังโดยเฉพาะช่วงไตรมาส 3 ยังอยู่ในภาวะที่พักฐานและผันผวนจากความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และผลของการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของทางสหรัฐและยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบลดลง
ส่วนภาพเศรษฐกิจยังคงมีความเสี่ยงที่จะเห็นภาพของการชะลอตัวมากขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือน ก.ค.- ส.ค.จะยังเห็นภาพเงินเฟ้อที่สูงอยู่ โดยเฉพาะเดือน ส.ค.คาดว่าเงินเฟ้อมีโอกาสแตะระดับ 10% ซึ่งจะส่งผลให้นโยบายการเงินของไทยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวมากขึ้น
“คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุม 3 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี และคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยทุกครั้ง ครั้งละ 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยสิ้นปีจะอยู่ที่ระดับ 1.25% ซึ่งจะทำให้การประเมิน valuation ในมุมของตลาดหุ้นมีโอกาสที่ P/E จะถูกปรับลด ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดัน รวมถึงทิศทางเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มอ่อนค่า ทำให้ภาพของเงินทุนยังไม่ได้ไหลกลับเข้ามามากนัก อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 4 คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น”
“ชาญชัย” กล่าวว่า คาดการณ์ดัชนีที่จะรองรับความเสี่ยงจากเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะอยู่ที่บริเวณ 1,570 จุด ถ้าตลาดปรับตัวขึ้นเหนือ 1,570 จุด เเนะนำ “ขายทำกำไร” แต่ในกรณีถ้าตลาดปรับลงต่ำกว่า 1,570 จุด จะใช้เป็นจุด “ทยอยซื้อ” โดยแบ่งหุ้นออกเป็น 3 ธีม ได้แก่ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน กลุ่มส่งออกอาหารเป็นหลัก แนะนำ CPF ถัดมาหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศ แนะนำ CPN, CRC, BEM และสุดท้ายหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น แนะนำ KTB
ขณะที่ “อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ไตรมาส 3 ตลาดหุ้นยังผันผวน ดัชนีมีโอกาสปรับตัวลงอีก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเฟ้อที่ยังพุ่งสูงขึ้น นโยบายการเงินของทั่วโลกที่จะเข้มงวดมากขึ้น เพราะมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจหดตัวรุนแรง ก็เป็นปัจจัยลบกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ดี ช่วงไตรมาส 4 ตลาดน่าจะฟื้นตัวขึ้นได้เนื่องจากปัจจัยลบต่าง ๆ น่าจะผ่อนคลายลง

“การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทย หากย้อนไปดูในรอบ 20 ปีจะเห็นว่าก่อนที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยตลาดจะมีความผันผวน แต่หลังจากที่ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วตลาดหุ้นกลับตอบสนองในทางบวก คือมีการปรับตัวขึ้นหลังจากขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 3-6 เดือน เหตุผลหลัก ๆ มาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มักทำให้ค่าเงินบาทกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น และทำให้มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามา”
ทั้งนี้ ผลสำรวจจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) พบว่า จากเดิมเป้าหมายของดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,747 จุด ซึ่งเป็นค่ากลาง แต่ผลสำรวจออกมาล่าสุดอยู่ที่ 1,646 จุด หรือมีการปรับลดลงมาประมาณ 100 จุด
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในช่วงตลาดปรับตัวลง มองเป็นจังหวะซื้อโดยจุดที่น่าสนใจเข้าซื้อจุดแรกอยู่ที่บริเวณ 1,500-1,520 จุด จุดที่สองบริเวณ 1,450 จุด และจุดสุดท้ายที่ 1,420 จุด โดยหุ้นที่แนะนำซื้อจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ จะชอบกลุ่มแบงก์ BBL และกลุ่มโรงพยาบาล BDMS รวมถึงหุ้นในกลุ่มค้าปลีกบางตัว เช่น MAKRO และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศ BEM, MINT และหุ้นขนาดกลาง-เล็ก แนะนำ CENTEL, CK และ SAPPE
ด้าน “มงคล พ่วงเภตรา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบีเอสที กล่าวว่า ภาพรวมครึ่งปีหลังสถานการณ์ตลาดหุ้นน่าจะกลับมาดีขึ้นจากปัจจัยตัวแปรสำคัญของตลาด คือ สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ถึงจุดหนึ่งเชื่อว่าจะต้องยุติลง ซึ่งเมื่อจบลงสถานการณ์ต่าง ๆ จะค่อย ๆ กลับมาดีขึ้น และนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชัดเจนมากขึ้นว่าควรจะต้องเดินไปทางไหน โดยในช่วง ก.ค.-ส.ค.จะเป็น 2 เดือนที่ค่อนข้างจะสำคัญ เพราะทั้งเงินเฟ้อและสงครามยังไม่จบ ฉะนั้น ไตรมาส 3 น่าจะเป็นไตรมาสที่ยังผันผวน แต่ไตรมาส 4 น่าจะเริ่มคลี่คลายลง

“หากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ตัวแปรสำคัญอย่างรัสเซีย-ยูเครนเกิดบานปลายรุนแรงขึ้น จนกระทั่งควบคุมไม่ได้ และกลับมาส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจก็จะทำให้ไตรมาส 4 จะยังคงผันผวนแทนที่จะเริ่มคลี่คลาย แต่เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะเป็นไปในแนวทางแรกมากกว่า คือ ผันผวนมากช่วงไตรมาส 3 และเริ่มคลี่คลายในไตรมาส 4”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน “มงคล” แนะนำว่า ควรเน้นไปที่หุ้นที่มีความปลอดภัย มีการจ่ายปันผลที่สูงและเป็นหุ้นที่มีราคาปรับลงมาลึก อย่างหุ้นในกลุ่มที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่มที่ราคาปรับลงมาแรงและได้รับผลกระทบจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ย แนะนำ SUPALAI และอีกกลุ่มเป็นหุ้นในกลุ่มพลังงานที่จ่ายปันผลเด่น แนะนำ PTT
- หุ้นทิสโก้เนื้อหอม สถาบันต่างชาติเก็บหุ้นเพิ่ม ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 3.6 พันล้าน
- ขึ้นดอกเบี้ยกระทบลูกหนี้เปราะบาง แบงก์เร่งปรับการชำระช่วยประคอง
- หุ้นไทยต้องขึ้นแล้ว แรงหนุนกำไรหุ้นสหรัฐสดใส เงินเฟ้ออียูไม่พุ่ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: โบรกส่องหุ้นครึ่งปีหลัง ลุ้นวิกฤต เงินเฟ้อ-บาทอ่อน คลี่คลาย
🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0
Source link : ต้นฉบับเนื้อหาข่าวนี้





