ราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate) ในวันที่ 27 มกราคม 2026 เคลื่อนไหวลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 60.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นสภาวะที่น่าสนใจเนื่องจากราคาปรับตัวลงแม้จะมีปัจจัยหนุนด้านอุปทานที่ตึงตัวในระยะสั้น โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ครับ
1. สถานการณ์ปัจจุบันของ WTI
-
ระดับราคา: ซื้อขายใกล้ระดับ 60.50 ดอลลาร์ ลดลงต่อเนื่องหลังจากที่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 61.00 ดอลลาร์ได้
-
พฤติกรรมราคา: มีแรงเทขายกดดันในช่วงเซสชั่นเอเชียของวันอังคาร แม้ว่าจะมีข่าวเรื่องการหยุดชะงักของการผลิตในสหรัฐฯ ก็ตาม
2. ปัจจัยที่กดดันราคา (Bearish Drivers)
แม้จะมีข่าวร้ายเรื่องการผลิต แต่ราคายังร่วงลงเนื่องจาก:
-
คาดการณ์อุปทานล้นตลาด (Oversupply): ทั้ง IEA และ EIA ประเมินว่าในปี 2026 โลกจะมีปริมาณน้ำมันดิบส่วนเกินมหาศาล (คาดว่าสูงถึง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน) จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศนอก OPEC+ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา บราซิล และกายอานา
-
ความต้องการที่อ่อนแอ: ข้อมูลเศรษฐกิจจากผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อย่างจีนยังคงแสดงสัญญาณฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาด ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเติบโตไม่ทันอุปทานที่เพิ่มขึ้น
-
การกลับมาผลิตของคาซัคสถาน: กระทรวงพลังงานคาซัคสถานเตรียมกลับมาส่งออกน้ำมันตามปกติหลังซ่อมแซมจุดขนถ่ายนอกชายฝั่งเสร็จสิ้น ช่วยลดความกังวลเรื่องการขาดแคลนในตลาดโลก
3. ปัจจัยหนุนที่ยังค้ำราคาไว้ (Supply Concerns)
หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ราคาน้ำมันอาจร่วงลงไปแตะ 50 ปลายๆ ได้:
-
พายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ: สภาพอากาศที่เลวร้ายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้การผลิตในลุ่มน้ำ Permian (แหล่งผลิตใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ) ลดลงถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงพีค และคาดว่าจะต้องใช้เวลาจนถึงวันที่ 30 ม.ค. กว่าจะกลับมาผลิตได้เต็มที่
-
ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง รวมถึงประธานาธิบดีทรัมป์ที่ส่งกองเรือไปยังพื้นที่เสี่ยง ทำให้ตลาดต้องเผื่อค่าพรีเมียมความเสี่ยง (Risk Premium) ไว้
สรุปกรอบทางเทคนิค
| แนวรับสำคัญ | แนวต้านสำคัญ | แนวโน้ม |
| 59.50 – 60.00 | 61.10 – 61.30 | Sideway Down: ราคาพยายามสร้างฐานเหนือ 60 ดอลลาร์ แต่แรงขายจากภาพใหญ่ (Oversupply) ยังมีมาก |
มุมมองวิเคราะห์: ตลาดน้ำมันตอนนี้กำลังสู้กันระหว่าง “ปัญหาเฉพาะหน้า” (ท่อส่งน้ำมันพัง, พายุเข้า) กับ “ภาพรวมระยะยาว” (น้ำมันล้นโลก) ซึ่งดูเหมือนน้ำหนักฝั่งอุปทานล้นจะชนะในตอนนี้ ทำให้ราคา WTI มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบต่ำกว่า 61 ดอลลาร์ต่อไปครับ





