ราคาทองคำ (XAU/USD) ในวันนี้ (21 มกราคม 2569) พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสามารถยืนเหนือระดับ $4,820 – $4,830 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time High) โดยมีสาเหตุหลักมาจากวิกฤตความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่ทวีความรุนแรงขึ้น ดังนี้ครับ:
1. วิกฤตเกาะกรีนแลนด์ (Greenland Dispute)
-
ชนวนเหตุ: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีศุลกากร 10% ต่อ 8 ประเทศพันธมิตรยุโรป (เดนมาร์ก, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สวีเดน, ฟินแลนด์, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร) เพื่อตอบโต้ที่คัดค้านแผนการที่สหรัฐฯ จะเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์
-
การขู่ยกระดับ: ทรัมป์ย้ำว่าหากยังไม่มีข้อตกลงเรื่องกรีนแลนด์ภายในวันที่ 1 มิถุนายน ภาษีจะถูกปรับเพิ่มเป็น 25% ซึ่งทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกและแห่เข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
2. กระแส “Sell America” และการตอบโต้จาก EU
-
การเทขายดอลลาร์: นักลงทุนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในสินทรัพย์สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ “Sell America” โดยมีการเทขายดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาอย่างหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่ช่วยหนุนราคาทองคำ
-
มาตรการโต้กลับ (Trade Bazooka): สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาใช้เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ (Anti-Coercion Instrument – ACI) และเตรียมเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 9.3 หมื่นล้านยูโร หากทรัมป์ไม่ลดละความพยายามในการผนวกกรีนแลนด์
3. การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Forecast)
-
แนวต้านสำคัญ: หลังจากผ่านระดับ $4,830 ได้แล้ว เป้าหมายถัดไปที่นักวิเคราะห์มองไว้คือระดับจิตวิทยาที่ $4,900 และ $5,000 ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569
-
แนวรับสำคัญ: หากมีการพักตัว แนวรับแรกจะอยู่ที่ $4,785 และแนวรับหลักที่แข็งแกร่งคือโซน $4,700 – $4,730
-
สัญญาณบ่งชี้: แม้ดัชนี RSI จะเข้าสู่เขต Overbought (ซื้อมากเกินไป) แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่รุนแรง ทำให้โมเมนตัมขาขึ้นยังคงได้เปรียบ
📊 ตารางสรุปราคาเป้าหมายจากสถาบันการเงิน (2026 Forecast)
| สถาบันการเงิน | ราคาเป้าหมาย (ปี 2569) | ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก |
| Goldman Sachs | $4,900 | ความไม่แน่นอนของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) |
| HSBC | $5,000 | ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Greenland/Iran) |
| J.P. Morgan | $5,000 | การซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก |
| Bank of America | $5,000 | การขาดดุลการคลังของสหรัฐฯ |
📅 สิ่งที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
-
วันนี้ (21 ม.ค.): การแถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่งาน Davos (World Economic Forum) ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณความตึงเครียดเพิ่มเติม
-
พรุ่งนี้ (22 ม.ค.): การประชุมผู้นำ EU ที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อเคาะมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ





