ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ซัตสึกิ คาตายามะ (Satsuki Katayama) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อสยบกระแสการเก็งกำไรในตลาดค่าเงิน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
1. การประสานงานกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
-
รมว.คลัง คาตายามะ ยืนยันว่าญี่ปุ่นมีการสื่อสารและประสานงานกับทางการสหรัฐฯ เป็นประจำในทุกระดับ เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
-
การประสานงานนี้อ้างอิงตาม แถลงการณ์ร่วมญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งระบุว่าทั้งสองประเทศยอมรับสิทธิในการเข้าแทรกแซงตลาดหากเกิดความผันผวนที่มากเกินไป (Excessive Volatility)
2. ท่าทีต่อการแทรกแซงตลาด (Intervention)
-
เธอปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดไปแล้วหรือไม่ หลังจากที่มีรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก (NY Fed) ได้ทำการเช็คราคา (Rate Checks) ในตลาด ซึ่งมักเป็นสัญญาณก่อนการเข้าแทรกแซงจริง
-
คาตายามะใช้กลยุทธ์ “ความคลุมเครือที่สร้างสรรค์” (Constructive Ambiguity) โดยไม่ระบุระดับราคาที่ชัดเจนที่รัฐบาลจะยอมรับไม่ได้ เพื่อให้ตลาดคาดเดาได้ยาก
3. การแก้ต่างให้นายกรัฐมนตรี
-
คาตายามะได้ช่วยชี้แจงกรณีที่ นายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เคยพูดถึง “ข้อดีของเงินเยนอ่อน” โดยระบุว่านั่นเป็นเพียงการสังเกตการณ์ทั่วไป ไม่ใช่การส่งสัญญาณว่ารัฐบาลต้องการให้เงินเยนอ่อนค่าลงอีกแต่อย่างใด
-
เธอย้ำว่ารัฐบาลพร้อมใช้ “Free Hand” หรือมีอิสระในการตัดสินใจดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงิน
4. บริบทความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
-
มีการจับตามองความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง คาตายามะ กับ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การ “แทรกแซงร่วม” (Joint Intervention) ครั้งแรกในรอบ 15 ปี หากเงินเยนผันผวนรุนแรงเกินไป





