spot_imgspot_img
spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXความแตกต่างระหว่าง "วิกฤตความขัดแย้ง" ระหว่างรัฐบาลทรัมป์และ Fed ในปี 2018 และปี 2026

ความแตกต่างระหว่าง “วิกฤตความขัดแย้ง” ระหว่างรัฐบาลทรัมป์และ Fed ในปี 2018 และปี 2026

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

ความแตกต่างระหว่าง “วิกฤตความขัดแย้ง” ระหว่างรัฐบาลทรัมป์และ Fed ในปี 2018 และปี 2026 มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในด้าน “ความรุนแรง” และ “เครื่องมือที่ใช้” โดยปี 2026 นี้ถูกมองว่าเป็น “จุดแตกหัก” ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ธนาคารกลางสหรัฐฯ ครับ

สรุปข้อเปรียบเทียบที่สำคัญได้ดังนี้:

1. รูปแบบการกดดัน: จาก “คำพูด” สู่ “คดีอาญา”

  • ปี 2018 (Verbal Attacks): เป็นเพียงการกดดันผ่านคำพูดและทวีต ทรัมป์วิจารณ์ Powell ว่า “บ้าไปแล้ว” ที่ขึ้นดอกเบี้ย และเรียกเจ้าหน้าที่ Fed ว่าเป็น “ศัตรูของรัฐ” แต่ไม่ได้มีการใช้กลไกทางกฎหมายเข้ามาจัดการ

  • ปี 2026 (Criminal Probe): มีการใช้ “กระทรวงยุติธรรม (DOJ)” ออกหมายเรียกและขู่ว่าจะฟ้องร้องคดีอาญา (Criminal Indictment) ต่อ Powell โดยตรงในข้อหาให้การเท็จต่อวุฒิสภาเกี่ยวกับงบประมาณซ่อมตึก ซึ่ง Powell มองว่าเป็นเพียง “ข้ออ้าง (Pretext)” เพื่อบีบให้เขาลดดอกเบี้ย

 

2. บริบทของดอกเบี้ย (Interest Rate Context)

  • ปี 2018 (Quantitative Tightening): ความขัดแย้งเกิดจากการที่ Fed พยายาม “ขึ้นดอกเบี้ย” เพื่อกลับสู่ภาวะปกติ (Normalization) ซึ่งทรัมป์มองว่าทำให้ตลาดหุ้นร่วง

  • ปี 2026 (Monetary Policy Friction): ความขัดแย้งเกิดจากการที่ Fed “ลดดอกเบี้ยช้าเกินไป” ในสายตาของทรัมป์ หลังจากที่เงินเฟ้อเริ่มทรงตัวได้ แต่ Fed ยังคงระมัดระวัง (Hawkish) เพราะกังวลเรื่องตลาดแรงงานที่ตึงตัว

 

3. เดิมพันเรื่อง “วาระการดำรงตำแหน่ง”

  • ปี 2018 (Early Term): Powell เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน ทรัมป์ยังมีความหวังว่าจะ “สั่ง” ได้ และการขู่ปลดในตอนนั้นถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางกฎหมาย

  • ปี 2026 (Lame Duck Period): วาระของ Powell ในฐานะประธานจะสิ้นสุดใน เดือนพฤษภาคม 2026 ทรัมป์จึงใช้ช่วงเวลานี้กดดันอย่างหนักเพื่อบีบให้ Powell ลาออกก่อนกำหนด หรือเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเขาก่อนที่จะมีการแต่งตั้งคนใหม่ (เช่น Kevin Hassett หรือ Kevin Warsh) เข้ามาแทน

 


📊 ตารางสรุปเปรียบเทียบ 2018 vs 2026

หัวข้อเปรียบเทียบ วิกฤตปี 2018 วิกฤตปี 2026
อาวุธที่ใช้ ทวีตวิจารณ์ / คำพูดกดดัน หมายเรียกจาก DOJ / คดีอาญา
ประเด็นโจมตี นโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น การบริหารงบประมาณ (ข้ออ้างทางกฎหมาย)
ความเสี่ยงต่อตลาด ตลาดหุ้นผันผวนระยะสั้น วิกฤตความเชื่อมั่นในดอลลาร์และอิสระของ Fed
ผลกระทบทางกฎหมาย ไม่มี (เป็นเพียงการด่าทอ) มีการสู้คดีในศาล / ความเสี่ยงต่อรัฐธรรมนูญ

💡 มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ (Goldman Sachs)

Jan Hatzius ระบุว่า วิกฤตปี 2026 นี้ “น่ากลัวกว่า” เพราะมันเปลี่ยนจากการถกเถียงเรื่องนโยบายเศรษฐกิจไปเป็นการ “ใช้อำนาจตุลาการเข้าแทรกแซงนโยบายการเงิน” ซึ่งจะทำให้เกิดความผันผวนในตลาดพันธบัตร (Yield Curve Steepening) และทองคำอย่างรุนแรงเนื่องจากความไม่แน่นอนที่สูงกว่าปี 2018 หลายเท่าครับ

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX

Translate »